
ตำรวจท่องเที่ยวกรุงเทพฯ บุกทลายแก๊งคอลเซนเตอร์ “ชาวกิมจิ” หลอกเพื่อนร่วมชาติ ยึด IP Phone 26 เครื่อง ความเสียหายกว่า 50 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 31 ม.ค.69 พล.ต.ต.ดนุ กล่ำสุ่ม ผบก.ทท.1, พ.ต.อ.ศราวุธ ตันกุล รอง ผบก.ทท.1, ว่าที่ พ.ต.อ.ปิยะพงษ์ เอนสาร ผกก.1 บก.ทท.1, พ.ต.ท.ณัฐพล คนหลัก รอง ผกก.1 บก.ทท.1 ได้สั่งการให้ ว่าที่ พ.ต.ต.ภูมิ มั่นเมือง สว.กก.1 บก.ทท.1 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจงานสืบสวน กก.1 บก.ทท.1 ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มชาวต่างชาติที่มีพฤติการณ์ต้องสงสัย หลังประสานข้อมูลกับ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย พบว่ามีกลุ่มชาวเกาหลีใต้และชาวจีนเช่าบ้านเดี่ยวหรูในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ใช้เป็นฐานปฏิบัติการหลอกลวงเหยื่อชาวเกาหลีใต้ โดยแอบอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ศาลและอัยการของเกาหลีใต้ เพื่อให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่าสามารถช่วยเหลือคดีความได้ โดยมีชายชาวจีนทำหน้าที่ควบคุมสั่งการ

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ขออนุมัติหมายค้นจาก ศาลอาญาพระโขนง เข้าตรวจค้นบ้านพักหรูย่านแขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร พบผู้ต้องหาเป็นชายชาวเกาหลีใต้ 5 คน และชายชาวจีน 1 คน ภายในบ้านถูกจัดเป็นลักษณะคล้ายศูนย์ปฏิบัติการ มีโต๊ะทำงาน 12 โต๊ะ พร้อมอุปกรณ์หูฟัง เอกสารสคริปต์บทสนทนาภาษาเกาหลี รายชื่อและหมายเลขโทรศัพท์เหยื่อจำนวนมาก
นอกจากนี้ยังตรวจพบโทรศัพท์อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (IP Phone/VOIP) ที่ลักลอบนำเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก สำนักงาน กสทช.

เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาเบื้องต้น ได้แก่
1.เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต
2.ร่วมกันมี ใช้ นำเข้าเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.วิทยุโทรคมนาคม พ.ศ.2498
3.ร่วมกันนำของเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560
ตรวจยึดของกลางเป็น IP Phone รวม 26 เครื่อง ได้แก่ Fanvil รุ่น X303W จำนวน 10 เครื่อง และรุ่น E302 จำนวน 16 เครื่อง

ผู้ต้องหาพร้อมของกลางถูกนำส่งพนักงานสอบสวนที่ สถานีตำรวจนครบาลคลองตัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และประสานงานกับ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อพิจารณาเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรและผลักดันกลับประเทศ
จากการประสานข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเกาหลีประจำประเทศไทย พบว่ามีผู้เสียหายจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 2,300 ล้านวอน หรือกว่า 50 ล้านบาท โดยตำรวจท่องเที่ยวจะขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติมต่อไป







