Sunday, 25 February 2024 - 3 : 27 pm
kanda_002
OIC_001
data-no-lazy="1"
kanda_002
OIC_001

“ณปภัช วรปัญญาสถิต”ปรับตัวทุกรูปแบบควานหาจุดขายจนเจอลูกชิ้น “เจ้พงษ์”

เริ่มต้นการทำธุรกิจทัวร์มานานกว่าสิบปี ภายใต้ บริษัท บียัวร์เทรเวล จำกัด และมีธุรกิจนำเข้า-ส่งออกเครื่องสำอาง แบรนด์เกาหลี เปิด Shop ในห้างพารากอน  ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะต้องไปทำธุรกิจอื่น เพราะอาชีพทัวร์ก็มีรายได้ดีอยู่แล้ว กระทั่งโควิด 19 ระบาด ทำให้ธุรกิจที่ทำทุกอย่างหยุดชะงักลง

คุณณปภัช วรปัญญาสถิต  กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีอิ้งพราว จำกัด หรือ คุณเมย์ เล่าว่า ก่อนโควิด 19 ระบาด ช่วง ต.ค.62 ได้เปิดร้านชานมเล็กๆ ในกัมพูชา ชื่อร้าน “แอมที” ด้วยเหตุผลที่ว่าเราต้องไปเยี่ยมดีลเลอร์ธุรกิจเครื่อง​สำอางที่นั่นบ่อยๆ จนต้นปี 63 มีการแพร่ระบาดเชื้อโควิด19 ถึงพบว่า ร้านชานมเล็กๆ แห่งนี้ สามารถเลี้ยงคนได้ถึง 3 บริษัท มีคนให้ความสนใจติดต่อขอซื้อแฟรนไชส์ไปเปิด 2-3 สาขา

แต่เมื่อต้องเผชิญโควิด19 อีกระลอก คราวนี้ กัมพูชา ปิดประเทศ ทำให้เดินทางไปมาไม่สะดวก จึงหันมาทำตลาดในบ้านเรา เริ่มทำเมนูใหม่ ปรับสูตรใหม่ใช้สารแทนความหวาน ให้เมนูหลากหลายตอบโจทย์คนรักสุขภาพ​ และปรับรสชาติให้ถูกปากคนไทย ต่างจากสูตรที่ขายในกัมพูชาที่จะเน้นหวานมากกว่า และปรับ “ราคา” ให้หลากหลาย เริ่มต้นที่ 19 บาท

มองหาสาขาต้นแบบคาเฟ่สไตล์เกาหลี ดาดฟ้าสีชมพู มาทำสาขาแรกใน ซ.อารีย์ ซึ่งโชคดีที่ปีนั้นอากาศหนาวนาน ตั้งแต่ พ.ย.-ก.พ. ทำให้สาขาต้นแบบของ Am Tea บูม คนแห่เข้าร้านมีทั้งเพจ ยูทูปเบอร์ มาโปรโมทให้ จนแบรนด์ “แอมที” เป็นที่รู้จัก เริ่มสร้างตัวตนด้วยการเอาธีมรักษ์โลกมาผนวกกับการใช้แก้วย่อยสลายได้ เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ สร้างเมนูใหม่ที่มีรสชาติอร่อย เช่น “เรนโบว์มิ้นท์” ที่คนมักสั่งไปถ่ายรูปก่อนและยังมีรสชาติ​หอมกลิ่นมิ้นท์​อร่อยสดชื่น

จุดพลิกผันขยายแฟรนไชส์ “แอมที”

ได้ไปร่วมงานสมาร์ทเอสเอ็มอี เอ็กซ์โป จนกลายเป็นที่รู้จัก จึงเริ่มมองหาช่องทางขยายแฟรนไชน์ใหม่ได้มา 30 สาขา และเริ่มพัฒนาระบบเดลิเวอร์รี่ ให้รองรับเข้ากับการขายในยุคโควิด19 และสอนเทคนิคให้กับแฟรนไชส์ซีด้วย ทำให้ไม่ได้รับผลกระทบกับการปิดประเทศรอบสาม   

โดยผู้สนใจลงทุน เราคิดค่าแฟรนไชส์ปัจจุบันอยู่ที่ 59,900 บาท ซึ่งผู้ที่อยากให้ออกแบบตกแต่งร้านให้ด้วย ต้องมีงบ 1-2 แสนบาท  ปัจจุบัน ขยายแฟรนไชน์มาเรื่อยจนมี 75 สาขาทั่วประเทศ ตั้งเป้าไว้ว่าจะขยายให้ถึง 200 สาขาภายใน ปีหน้า 2022 โดยลูกค้าสามารถมาเรียนรู้สูตรและวิธีการขายได้ที่ออฟฟิศเป็นเวลา 1 วัน หรือหากไม่สะดวกก็สามารถเรียนทางออนไลน์  แต่หากไปสอนถึงที่จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม เป็นค่ารถค่าเดินทาง​ของทีมงานพร้อม​บริการช่วย Set up เปิดร้านอีกด้วย

มองหาจุดขายใหม่จนมาเจอลูกชิ้น “เจ้พงษ์”

เคยคิดเสมอว่าต้องมีการต่อยอดธุรกิจ ทั้งในส่วนแฟรนไชส์ซีและแฟรนไชส์ซอร์เพื่อให้คุ้มค่าเช่า จึงมองหาสินค้าใหม่เข้ามาขายในร้าน เช่น ขนมเค้ก ครัวซองค์ แต่ก็ยังไม่ตอบโจทย์ ประจวบเหมาะกับมาเจอ “ลูกชิ้นยืนกิน​บุรีรัมย์​ เจ้พงษ์” ที่โด่งดังเพราะ ลิซ่า แบล็กพิงค์  กล่าวถึงในรายการของ วู้ดดี้ ทำให้ยอดออร์เดอร์ถล่มทลายจนผลิตไม่ทัน

คุณเมย์ ได้ชวนลูกสาว “เจ้พงษ์” มาลงทุนร่วมกันตั้งบริษัทใหม่ ติดต่อโรงงานที่มีกำลังผลิตเพียงพอ และพัฒนาสูตรน้ำจิ้มให้ได้รับการรับรอง อย. ทำการเปิดสาขาแรกที่ซอยอารีย์ แค่วันแรกก็มีบล็อกเกอร์มารีวิวจนขายดีทำไม่ทัน มีคนสนใจจะลงทุนแฟรนไชส์ “เจ้พงษ์”ถึง 50  รายภายในเวลาเพียง6วัน จนปัจจุบัน​เพียงแค่1เดือนกว่าเท่านั้น มียอดจองเปิดสาขาถึง 80กว่าสาขาแล้ว  ในหัวเมืองหลัก ภูเก็ต เชียงใหม่ เชียงรายฯลฯ จนตอนนี้ได้ปิดรับแฟรนไชส์​ชั่วคราว เพื่อหันมาโฟกัสระบบการจัดการแฟรนไชส์​ให้เป็นระบบและช่วยเหลือ​แฟรนไชส์​ซีที่จองเปิดสาขามาในการเปิดร้านให้ประสบผลสำเร็จ​และคืนทุน

ทิศทางการขายแฟรนไชส์ แอมที-เจ้พงษ์

การขยายแฟรนไชส์ มี 3 รูปแบบ  โดยสามารถลงทุนเปิด “เจ้พงษ์ ควบ”แอมที” ได้ภายใต้งบ 69,900 บาท หรือเลือกลงแต่ “เจ้พงษ์”ใช้เงินลงทุน 12,900 บาท  และหากลูกค้ามีหน้าร้านหรือขายน้ำอยู่แล้ว ก็สามารถเอา “เจ้พงษ์”ไปเปิดเพิ่มได้ อีกเหมือนกัน ส่วนลูกค้ามีพื้นที่อยู่ และอยากทำธุรกิจก็สามารถเปิดได้ทั้ง “แอมที และ “เจ้พงษ์” ซึ่งเรามีส่วนลดพิเศษให้ กับอีกประเภทเปิด “แอมป์ที” อยู่แล้ว แต่อยากได้ “เจ๊พงษ์” ไปเสริม ก็มีส่วนลดให้ 2,000 บาทเช่นกัน

ล่าสุด ได้เจรจากับสยามพารากอนอีกครั้ง เพื่อนำ ชาระดับพรีเมี่ยม แบรนด์ใหม่เข้าไปขายในห้าง เป็นสาขาต้นแบบ ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการพัฒนา​สูตรและสำรวจตลาด ซึ่งจะเริ่มเปิดได้ในช่วงต้นปี 65 นี้  

© 2021 thairemark.com