[date_time]
69.01.26-Thairemark02_CRE
OIC_001
data-no-lazy="1"
69.01.26-Thairemark02_CRE
OIC_001

เสริมเขี้ยวเล็บชายแดนไทย-เมียนมา “ประจิมพยัคฆ์” ประกาศ รักษาอธิปไตย พร้อมตอบโต้ อริราชศัตรู

ทหารหน่วยเฉพาะกิจราชมนู ซึ่งดูแลพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา จังหวัดตาก (อ.แม่สอด-แม่ระมาด-พบพระ-ท่าสองยาง- และ อ.อุ้มผาง)  ส่งกำลังพลพร้อมอาวุธ ตรึงกำลังแนวชายแดน ภายหลังเกิด ปัญหาการสู้รบตามแนวชายแดนไทย – เมียนมา  ต.มหาวัน อ.แม่สอด จ.ตาก ที่มักส่งผลให้มีกระสุนปืนหรือลูกปืนใหญ่ตกข้ามมายังฝั่งไทย (กระสุนล้ำแดน) เป็นปัญหาที่กระทบต่อความมั่นคงและชีวิตทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่โดยตรง 

โดยแนวทางการแก้ไขปัญหาสามารถแบ่งออกเป็น 4 มิติหลัก ทั้งในระดับการทหาร การเดินทางการเมือง/การทูต การจัดการภัยพิบัติ และความร่วมมือระดับท้องถิ่น

1. มาตรการทางทหารและการป้องกันชายแดน
     – ยิงควันเตือน (Warning Smoke/Shots) : หากพบว่ามีกระสุนจากฝั่งเมียนมาตกเข้ามาในเขตไทย กองกำลังนเรศวรจะปฏิบัติตามกฎการใช้กำลัง (Rules of Engagement – ROE) โดยการยิงกระสุนควันเตือนไปยังจุดกำเนิดเสียงหรือฝ่ายที่ยิงตกเข้ามาทันที เพื่อให้ทราบว่ากระสุนล้ำเข้ามาในอธิปไตยของไทย
     – ยิงตอบโต้เพื่อปกป้องอธิปไตย : หากกระสุนที่ตกเข้ามามีลักษณะเจตนา หรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของคนไทย กองทัพสามารถใช้มาตรการยิงตอบโต้ตามระดับความเหมาะสมเพื่อกดดันให้ยิงหยุดการยิง
     – ตรึงกำลังและเพิ่มการลาดตระเวน : เพิ่มจุดตรวจ ลาดตระเวนทางบก ทางน้ำ (แม่น้ำเมย) และลาดตระเวนทางอากาศด้วยโดรนหรืออากาศยาน เพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์

2. มาตรการทางการทูตและการประสานงานระหว่างประเทศ
     – ช่องทาง TBC/RBC : ใช้คณะกรรมการชายแดนท้องถิ่น (Township Border Committee – TBC) และคณะกรรมการชายแดนร่วม (Regional Border Committee – RBC) ประสานงานตรงไปยังกองทัพเมียนมาทันทีที่เกิดเหตุ เพื่อแจ้งเตือนและเรียกร้องให้หยุดยิงในทิศทางที่ส่งผลกระทบต่อฝั่งไทย
     – การส่งหนังสือประท้วง (Diplomatic Protest) : กระทรวงการต่างประเทศและกองทัพจะยื่นหนังสือประท้วงเป็นทางการผ่านช่องทางการทูต เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเมียนมารับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และเน้นย้ำเรื่องการรักษาสันติภาพตามแนวชายแดน
     – การประเมินสถานการณ์ร่วมกับต่างประเทศ : ติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งของชนกลุ่มน้อยกับทางการเมียนมาเพื่อวางแผนป้องกันล่วงหน้า

3. การคุ้มครองและเยียวยาประชาชนในพื้นที่
     – การซ้อมแผนอพยพ : จัดทำแผนและฝึกซ้อมแผนอพยพประชาชนไปยัง “ศูนย์พักพิงชั่วคราว” ในพื้นที่ปลอดภัยทันทีเมื่อมีการปะทะหนาแน่น
     – การจัดทำหลุมหลบภัย (Bunkers) : สร้างและปรับปรุงหลุมหลบภัยชุมชน โรงเรียน และหลุมหลบภัยประจำบ้านเรือนที่อยู่ใกล้จุดเสี่ยงตามแนวแม่น้ำ
     – การชดเชยความเสียหาย : จัดตั้งกองทุนหรือกลไกชดเชยค่าเสียหายอย่างเร่งด่วนสำหรับบ้านเรือน ทรัพย์สิน หรือพืชผลทางการเกษตรของประชาชนไทยที่ได้รับความเสียหายจากกระสุนล้ำแดน

4. การบริหารจัดการผู้หนีภัยจากการสู้รบ (มนุษยธรรม)
     – คัดกรองตามหลักมนุษยธรรม : จัดพื้นที่ปลอดภัยรองรับชาวเมียนมาที่หนีภัยความสู้รบเข้ามายังฝั่งไทย โดยควบคุมให้อยู่ในพื้นที่ที่กำหนด และตรวจคัดกรองสิ่งผิดกฎหมายและอาวุธอย่างเข้มงวด
     – สำหรับ การส่งกลับเมื่อปลอดภัย : เมื่อการสู้รบยุติลงและสถานการณ์คลี่คลาย จะทำการประสานส่งผู้หนีภัยความสู้รบกลับประเทศด้วยความสมัครใจ

.

© 2021 thairemark.com