[date_time]
69.01.26-Thairemark02_CRE
OIC_001
data-no-lazy="1"
69.01.26-Thairemark02_CRE
OIC_001

“ชันโรง”จากแมลงตัวเล็กสู่เครื่องจักรมีชีวิตนักผสมเกสรตัวจิ๋ว สู่ขุมทรัพย์เศรษฐกิจเกษตร

“ชันโรง” หรือ “ผึ้งจิ๋ว”ไร้เหล็กใน กำลังกลายเป็นดาวเด่นของเกษตรไทย จาก“แมลงตัวเล็กสู่ เครื่องจักรมีชีวิต” ที่ช่วยผสมเกสร เพิ่มผลผลิต และสร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม

นายผ่านศึก  ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเขามังกรทอง ต.ห้วยคต อ.ห้วยคต จ.อุทัยธานี เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีการเลี้ยงหลายสายพันธุ์ เช่น คิชกูด เจ้าขนเงิน รุ่งอรุณ และพันธุ์พื้นถิ่น เก็บน้ำผึ้งได้ช่วงก.พ.–ก.ค. และหยุดในฤดูฝน จุดเด่นของชันโรงอยู่ที่วงจรชีวิต ตัวอ่อนทุกตัวได้รับนมผึ้งในช่วงแรก

ก่อนแยกพัฒนาเป็นนางพญาและผึ้งงาน น้ำผึ้งชันโรง มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยลดการอักเสบและชะลอวัย ราคาสูงกว่าน้ำผึ้งทั่วไป 3-4 เท่า จำหน่ายซีซีละ 2 บาท หรือขวดละราว 1,500 บาท และสามารถนำไปแปรรูปเป็นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ได้หลากหลาย

การเก็บน้ำผึ้งต้องใช้วิธีธรรมชาติ นำรังตากแดดให้น้ำผึ้งไหลออกมาอย่างบริสุทธิ์ ชันโรงยังเป็นนักผสมเกสรประสิทธิภาพสูง มีรัศมีบินราวจากรังประมาณ 300 เมตร จึงสามารถควบคุมพื้นที่ได้แม่นยำ ช่วยเพิ่มผลผลิตสวนผักสวนผลไม้เป็นเท่าตัว

ผู้เลี้ยงชันโรงสามารถต่อยอดเป็นธุรกิจให้เช่ารังนำไปไว้ในไร่ในสวนของเกษตรกรสร้างรายได้วันละ 40 บาทต่อกล่อง และยังสามารถใช้กับพืชเศรษฐกิจ เช่น ทุเรียน ลำไย มังคุด ฯลฯ

ปัจจุบัน คุณออกศึก กำลังขยายการเลี้ยงชันโรง เนื่องจากเลี้ยงง่าย ต้นทุนต่ำ ขยายพันธุ์เร็ว โดยตั้งเป้าจาก 60 รังเพิ่มเป็น 120 รังได้ภายในไม่กี่เดือน

ปัจจุบัน ยังนำความรู้การเลี้ยงชันโรงไปถ่ายทอดความรู้ให้นักเรียนโรงเรียนในพื้นที่ เพื่อสร้างการเรียนรู้ด้านเกษตรแก่เยาวชน เนื่องจากไม่มีเหล็กในและปลอดภัยต่อผู้เลี้ยง

© 2021 thairemark.com