
เครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ ซึ่งประกอบด้วย 4 สหกรณ์หลัก ได้แก่ สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่แปดริ้ว จำกัด สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ชลบุรี จำกัด สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่-ลำพูน จำกัด และสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ลุ่มแม่น้ำน้อย จำกัด ประกาศปรับขึ้นราคาไข่ไก่คละอีกฟองละ 20 สตางค์ ส่งผลให้ราคาขยับเป็นฟองละ 3.60 บาท หรือเพิ่มขึ้นแผงละ 6 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป
ปัจจัยหลักมาจากการปลดแม่ไก่ยืนกรงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับไก่รุ่นใหม่ยังให้ผลผลิตไม่เต็มที่ ขณะเดียวกันสภาพอากาศร้อนจัดยังซ้ำเติมให้ปริมาณไข่ลดลง ส่งผลให้ตลาดเข้าสู่ภาวะตึงตัว และราคาปรับขึ้นตามกลไกตลาดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ด้าน นายสุธาศิน อมฤก เลขานุการสมาคมการค้าผู้ค้าไข่ไทย เปิดเผยว่า การปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลถึง 6 บาทต่อลิตรในครั้งเดียว ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงต่อระบบขนส่งไข่ทั่วประเทศ ทำให้ต้นทุนพุ่งสูงขึ้นทันที ผู้ประกอบการทุกระดับได้รับผลกระทบถ้วนหน้า
“ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นรวดเร็ว ทำให้การวางแผนธุรกิจทำได้ยากมาก ไม่สามารถประเมินได้ว่าราคาน้ำมันจะขึ้นอีกเมื่อใด ส่งผลให้การค้าขายเริ่มชะลอตัว และภาระกำลังถูกส่งต่อไปยังผู้บริโภคในที่สุด” นายสุธาศินกล่าว
ผู้ประกอบการยังเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งออกมาตรการช่วยเหลือภาคขนส่งอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการอุดหนุนต้นทุนน้ำมัน แม้จะมีแนวคิดเรื่องคูปองช่วยเหลือ แต่ยังติดปัญหาความยุ่งยาก เนื่องจากธุรกิจขนส่งไข่ส่วนใหญ่เป็นการขนส่งภายใน ไม่ได้อยู่ในระบบเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ ทำให้เข้าถึงมาตรการได้จำกัด

ท่ามกลางแรงกดดันดังกล่าว ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัว ลดต้นทุนด้วยการบริหารเส้นทางขนส่งให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การรวมรอบจัดส่งสินค้าในเส้นทางเดียวกันเพื่อลดจำนวนเที่ยววิ่ง อย่างไรก็ตาม การขนส่งปริมาณมากกว่า 20,000 ฟองต่อเที่ยว ยังติดข้อจำกัดด้านกฎระเบียบของกรมปศุสัตว์
นอกจากนี้ คำสั่งซื้อเร่งด่วนยังคงเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ต้นทุนพุ่งสูง เนื่องจากต้องแยกขนส่งหลายเที่ยว ส่งผลให้ผู้ค้าหลายรายเริ่มปรับกลยุทธ์ เช่น เสนอส่วนลดให้ลูกค้าที่มารับสินค้าเอง หรือคิดค่าขนส่งเพิ่มตามระยะทาง เพื่อพยุงธุรกิจให้อยู่รอด
ขณะเดียวกัน ขั้นตอนการเคลื่อนย้ายสินค้าภายใต้การกำกับดูแลของกรมปศุสัตว์ ซึ่งต้องนัดหมายล่วงหน้า ยังกลายเป็นอุปสรรคสำคัญในช่วงวิกฤตต้นทุน โดยผู้ประกอบการเสนอให้ผ่อนปรนเงื่อนไขดังกล่าวชั่วคราว เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการกระจายสินค้า

สถานการณ์ราคาน้ำมันที่ยังผันผวน บวกกับปัจจัยด้านการผลิตที่ไม่แน่นอน กำลังผลักดันให้ “ไข่ไก่” ซึ่งเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐาน กลายเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่กระทบค่าครองชีพของประชาชน และอาจนำไปสู่แรงกดดันด้านราคาสินค้าอื่นในระยะถัดไป หากไม่มีมาตรการรองรับอย่างทันท่วงที







