[date_time]
69.01.26-Thairemark02_CRE
OIC_001
data-no-lazy="1"
69.01.26-Thairemark02_CRE
OIC_001

สสส.จับมือ รพ.พิมาย-ภาคคีเครือข่าย เดินหน้าขับเคลื่อน “Smart Hospital”นำร่องใช้ AI ผ่านแพลตฟอร์ม “PST ” ดูแลสุขภาพกลุ่มเปราะบางไร้รอยต่อ

นครราชสีมา – สสส. ร่วมกับโรงพยาบาลพิมาย และภาคีเครือข่าย ขับเคลื่อน “Smart Hospital” เชื่อมต่อการดูแลสุขภาพและสังคมไร้รอยต่อ ชูนวัตกรรม PST AI เชื่อม 3 ระบบดิจิทัล บูรณาการยกระดับระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ มุ่งอุดรอยรั่วสิทธิ์สวัสดิการผู้ป่วยเปราะบาง และลดภาระงานบุคลากร

โครงการ การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์พัฒนาระบบและกลไก Platform Social Telecare (PST) เพื่อการดูแลทางสังคมสำหรับผู้ป่วย ครอบครัวและชุมชนกับ สอน.บัดดี้ ในระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ หรือ PST AI ของ สมาคมนักสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย ซึ่งสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับโรงพยาบาลพิมาย สมาคมนักสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย

และภาคีเครือข่าย จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการและแถลงข่าวขับเคลื่อน Smart Hospital ภายใต้หัวข้อ “ขับเคลื่อน..โรงพยาบาลอัจฉริยะ เชื่อมต่อการดูแลสุขภาพและสังคม” เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2569 ที่ผ่านมาโดย เปิดตัว Platform Social Telecare (PST) และ PST AI พร้อมบูรณาการร่วมกับ “สอน.บัดดี้, HOSxP และ Amed Home ward” เพื่อยกระดับระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิในเขตสุขภาพที่ 9 อย่างไร้รอยต่อ ซึ่งโรงพยาบาลพิมายเป็น 1 ใน 10 โรงพยาบาลนำร่อง

โดยมีนายอนัน โกนสันเทียะ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในพิธี และมี ศ.สค.ร.ระพีพรรณ คำหอม หัวหน้าโครงการฯ รวมถึงผู้บริหารโรงพยาบาลพิมาย นำโดย นายจารุตฒ์ ตันตราภรณ์ รองผู้อำนวยการภารกิจด้านพัฒนาระบบบริการและสนับสนุนบริการสุขภาพ, นายธนาพงศ์ ฉัตรชัยกุลศิริ รองผู้อำนวยการภารกิจด้านบริการทุติยภูมิและตติยภูมิ และ แพทย์หญิง ดำรัสศิริ ไพอุปรี รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ ร่วมให้การต้อนรับคณะวิทยากรและผู้เข้าร่วมประชุมจาก 10 โรงพยาบาลนำร่องในเขตสุขภาพที่ 9

ศ.สค.ร.ระพีพรรณ กล่าวถึงที่มาว่า โครงการนี้เกิดขึ้นจากโจทย์สำคัญหน้างานที่นักสังคมสงเคราะห์และบุคลากรสาธารณสุขต้องเผชิญภาระงานเอกสารซ้ำซ้อน ขณะที่ผู้ป่วยเปราะบางจำนวนมากตกหล่นจากสิทธิ์สวัสดิการภาครัฐเนื่องจากข้อมูลกระจัดกระจาย จึงได้พัฒนานวัตกรรมแพลตฟอร์มโซเชียลเทเลแคร์ (Social Telecare) และ พีเอสที เอไอ (PST AI) เชื่อมโยงกับ สอน.บัดดี้, HOSxP และ Amed Home ward โดยมีเป้าหมายหลัก 3 ประการ ได้แก่  อุดรอยรั่วสิทธิ์สวัสดิการ โดยนำ AI มาช่วยจับคู่สิทธิ์สวัสดิการภาครัฐและกองทุนต่างๆ กว่า 40 รายการแบบอัตโนมัติ ผ่านระบบฐานข้อมูล ให้ผู้ป่วยได้รับสิทธิ์ทันท่วงที

รวมถึงปลดล็อกภาระงานหน้างานเพื่อบูรณาการข้อมูลร่วมกับ HOSxP และระบบ สอน.บัดดี้ ช่วยลดเวลาทำเอกสารซ้ำซ้อน และแปลงข้อมูลความเดือดร้อนเป็นรหัสสากล (Clinical Social Work)และ สร้างการดูแลไร้รอยต่อ ซึ่งส่งต่อแผนการดูแลทางสังคม (Social Care Plan) ร่วมกับ Amed Home ward ระหว่างโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลชุมชน รพ.สต. และอาสาสมัครในพื้นที่ พร้อมคุ้มครองความลับผู้ป่วยตามกฎหมาย PDPA 100% มุ่งมั่นนโยบาย MOPH PLUS สู่ความยั่งยืนของสังคม

นายอนัน เน้นย้ำว่ากระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายมุ่งเน้น MOPH PLUS เพื่อยกระดับบริการสุขภาพดิจิทัลเชิงรุกและการเข้าถึงสิทธิ์อย่างไร้รอยต่อ พร้อมกล่าวชื่นชมว่าระบบดิจิทัลที่ดีต้องไม่เพียงแต่ลดภาระให้คนทำงาน แต่ต้องสร้างความเป็นธรรมให้กับสังคมและประเทศชาติ การบูรณาการ Platform Social Telecare, PST AI, สอน.บัดดี้, HOSxP และ Amed Home ward เข้าด้วยกัน จะช่วยทลายไซโลข้อมูล เกิดการคัดกรองและวางแผนทางสังคมที่แม่นยำ ครอบคลุม และมีประสิทธิภาพสูงสุดในเขตสุขภาพที่ 9

© 2021 thairemark.com