[date_time]
69.01.26-Thairemark02_CRE
OIC_001
data-no-lazy="1"
69.01.26-Thairemark02_CRE
OIC_001

สหรัฐฯ ใช้มาตรฐานภายในประเทศเป็นเกณฑ์สากล หลังประกาศมาตรการภาษีมาตรา 301 ต่อหลายประเทศ

บทความวิเคราะห์ที่เผยแพร่โดย People’s Daily Online ระบุว่า สหรัฐอเมริกาได้ประกาศเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมต่อ 60 เขตเศรษฐกิจ รวมถึงจีน โดยอ้างเหตุผลในการต่อต้านสิ่งที่เรียกว่า “แรงงานบังคับ” อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักฐานที่แสดงว่าประเทศเหล่านั้นละเมิดพันธกรณีระหว่างประเทศ หรือผ่านการวินิจฉัยจากองค์กรระหว่างประเทศที่เป็นอิสระแต่อย่างใด

บทความระบุว่า มาตรการภาษีดังกล่าวอาศัยการตัดสินใจฝ่ายเดียวของหน่วยงานบริหารสหรัฐฯ ภายใต้มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าปี 1974 โดยมองว่าการดำเนินการของบางประเทศ “ไม่สมเหตุสมผล” และส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ทางการค้าของสหรัฐฯ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการใช้กำลังทางเศรษฐกิจและอำนาจทางการตลาด เพื่อผลักดันให้มาตรฐานภายในประเทศของตนกลายเป็นกฎเกณฑ์ที่ประเทศอื่นต้องยอมรับ

บทความชี้ว่า การต่อต้านแรงงานบังคับเป็นจุดยืนร่วมกันของประชาคมโลก โดยอนุสัญญาว่าด้วยแรงงานบังคับขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ได้กำหนดนิยามไว้อย่างชัดเจนว่า แรงงานบังคับหมายถึงการทำงานหรือการให้บริการภายใต้การข่มขู่ลงโทษ และปราศจากความสมัครใจของผู้ปฏิบัติงาน ดังนั้น การพิจารณาว่ากรณีใดเข้าข่ายแรงงานบังคับ จำเป็นต้องอาศัยข้อเท็จจริงและบริบทของความสัมพันธ์ด้านแรงงานเป็นสำคัญ

อย่างไรก็ตาม บทความระบุว่า การสอบสวนล่าสุดของสหรัฐฯ ไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การตรวจสอบรูปแบบการจ้างงานโดยตรง แต่กลับพิจารณาว่าประเทศต่าง ๆ ได้ออกมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่เกี่ยวข้องกับแรงงานบังคับตามมาตรฐานที่สหรัฐฯ กำหนดหรือไม่ แม้ว่าหลายประเทศจะมีกฎหมายและระบบกำกับดูแลเพื่อป้องกันแรงงานบังคับอยู่แล้ว แต่หากมาตรการเหล่านั้นไม่สอดคล้องกับเกณฑ์ของสหรัฐฯ ก็อาจถูกจัดว่าเป็น “การปฏิบัติที่ไม่สมเหตุสมผล” และถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติม

บทความยังวิจารณ์ว่า กระบวนการทั้งหมด ตั้งแต่การเปิดการสอบสวน การกำหนดมาตรฐาน การคัดเลือกหลักฐาน การตัดสิน และการลงโทษ ล้วนอยู่ภายใต้การควบคุมของหน่วยงานบริหารสหรัฐฯ เพียงฝ่ายเดียว ส่งผลให้ประเทศอื่นมีบทบาทเพียงการปกป้องตนเองภายในกรอบที่สหรัฐฯ เป็นผู้กำหนด

นอกจากนี้ บทความยังชี้ว่า แนวทางดังกล่าวขัดต่อหลักการขององค์การการค้าโลก (WTO) ซึ่งกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า แม้ประเทศสมาชิกจะใช้ข้อยกเว้นด้านศีลธรรมสาธารณะเพื่อกำหนดมาตรการทางการค้า แต่มาตรการเหล่านั้นจะต้องไม่ก่อให้เกิดการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมหรือกลายเป็นข้อจำกัดทางการค้าแอบแฝง

บทความยังอ้างถึงจุดยืนของหลายประเทศที่แสดงความไม่เห็นด้วยต่อมาตรการดังกล่าว โดยออสเตรเลียระบุว่า การขึ้นภาษีเป็นสิ่งที่ “ไม่มีเหตุผลโดยสิ้นเชิง” ขณะที่นิวซีแลนด์เห็นว่า สหรัฐฯ ไม่สามารถนำเสนอหลักฐานที่เพียงพอเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องแรงงานบังคับ ส่วนบราซิลประกาศว่ามาตรการดังกล่าวเป็น “การกระทำโดยพลการและไร้เหตุผล” และพร้อมยื่นเรื่องต่อ WTO ด้านสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ต่างแสดงความกังวลว่ามาตรการดังกล่าวขาดทั้งพื้นฐานทางข้อเท็จจริงและความชอบธรรมในระดับสากล

บทความสรุปว่า กฎหมายระหว่างประเทศตั้งอยู่บนหลักความเสมอภาคของรัฐ อำนาจอธิปไตย และกระบวนการพหุภาคี โดยกฎหมายภายในของประเทศใดประเทศหนึ่งไม่สามารถกลายเป็นข้อผูกพันระหว่างประเทศได้เพียงเพราะประเทศนั้นมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ พร้อมเรียกร้องให้ประชาคมโลกเสริมสร้างกลไกธรรมาภิบาลระหว่างประเทศ และร่วมกันปกป้องระเบียบโลกที่ตั้งอยู่บนหลักนิติธรรม

หมายเหตุ: บทความดังกล่าวเป็นบทความแสดงความคิดเห็น ที่เผยแพร่โดย Wang Xigen, Peng Yixuan (People’s Daily Online) และสะท้อนมุมมองของผู้เขียน

ที่มา People’s Daily

© 2021 thairemark.com