
ปัญหาการแพร่ระบาดของสัตว์น้ำต่างถิ่นรุกราน หรือ เอเลี่ยนสปีชีส์ (Alien Species) ยังคงเป็นประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมที่ทุกภาคส่วนต้องเร่งแก้ไขอย่างเร่งด่วน ล่าสุด เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ นนทบุรี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เทศบาลนครปากเกร็ด ได้ประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดร่วมกับ สมาคมกีฬาสปอร์ตฟิชชิ่งไทย และมูลนิธิสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ นนทบุรี เดินหน้าจัดกิจกรรมตกปลาเชิงอนุรักษ์ภายใต้โครงการ “เรียนรู้ คู่คันเบ็ด” ครั้งที่ 5


ภารกิจในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการสำรวจ ติดตามระบบนิเวศวิทยาของสัตว์น้ำภายในบึง ควบคู่ไปกับการควบคุมและจำกัดประชากร “ปลาหมอบัตเตอร์” ซึ่งเป็นปลาสายพันธุ์ต่างถิ่นที่มีพฤติกรรมดุร้าย กินสัตว์น้ำท้องถิ่นเป็นอาหาร และทำลายความหลากหลายทางชีวภาพในแหล่งน้ำอย่างรุนแรง โดยได้รับความร่วมมือจากกลุ่มนักกีฬาตกปลาที่มีความชำนาญและมีทักษะการใช้อุปกรณ์อย่างถูกต้องกว่า 40 คน มารวมพลังเป็นแนวหน้าร่วมปฏิบัติการกวาดล้างในครั้งนี้


สถิติทะลุ 4 ตัน! สัญญาณดีประชากรปลาเริ่มดิ่งลง
นายนิพัฒน์ ปรีศิริ ปลัดจังหวัดนนทบุรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าเชิงสถิติและทิศทางการดำเนินงานว่า จากการบูรณาการร่วมกันจัดกิจกรรมดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องจนถึงครั้งที่ 5 พบว่าสามารถกำจัดปลาหมอบัตเตอร์ออกจากบึงน้ำสาธารณะแห่งนี้ไปได้แล้วรวมกว่า 5,000 ตัว คิดเป็นน้ำหนักสะสมสูงถึงกว่า 4 ตัน (4,000 กิโลกรัม)
จากการสำรวจและเก็บข้อมูลล่าสุดโดยเจ้าหน้าที่ประมงจังหวัดระบุว่า ปลาหมอบัตเตอร์ที่นักกีฬาจับขึ้นมาได้ในระยะหลัง เริ่มมีขนาดตัวที่เล็กลงอย่างชัดเจน สภาพร่างกายผอมลง ซึ่งแตกต่างจากช่วงแรกที่ตรวจพบตัวเต็มวัยขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักเกือบ 1 กิโลกรัมต่อตัว สะท้อนให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมว่า มาตรการการจัดกิจกรรมตกปลาเชิงอนุรักษ์อย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง สามารถตัดวงจรขบวนการขยายพันธุ์ และลดความหนาแน่นของประชากรปลาต่างถิ่นได้อย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ จังหวัดนนทบุรียังคงส่งเสริมการนำปลาหมอบัตเตอร์ที่จับได้ไปใช้ประโยชน์ในมิติต่าง ๆ เพื่อสร้างกลไกขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจและสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชน โดยสนับสนุนให้นำเนื้อปลาไปแปรรูปเป็นเมนูอาหาร และนำส่วนที่เหลือไปผลิตเป็นปุ๋ยหมักชีวภาพสูตรพิเศษเพื่อนำไปบำรุง “ต้นทุเรียนนนท์” ผลไม้เอกลักษณ์ชื่อดังประจำจังหวัด ซึ่งช่วยยกระดับมูลค่าเพิ่มและเป็นแรงจูงใจสำคัญให้เกิดการกำจัดปลาออกจากแหล่งน้ำอย่างต่อเนื่อง
“การจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 5 ซึ่งเป้าหมายหลักคือการควบคุมและตัดวงจรการแพร่ระบาดไม่ให้ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในแหล่งน้ำในระยะยาว จากผลการดำเนินงาน 4 ครั้งที่ผ่านมา ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างน่าพึงพอใจ เราสามารถกำจัดปลาหมอบัตเตอร์ไปได้แล้วกว่า 5,000 ตัว คิดเป็นน้ำหนักรวมกว่า 4 ตัน และจากการสำรวจล่าสุดโดยเจ้าหน้าที่ประมงจังหวัด พบสัญญาณที่ดีมากคือ ปลาหมอบัตเตอร์ที่จับได้ในบริเวณสวนสมเด็จฯ มีขนาดและน้ำหนักลดลงอย่างเห็นได้ชัด รวมถึงมีลักษณะผอมลง ต่างจากช่วงแรกที่พบตัวขนาดใหญ่เกือบ 1 กิโลกรัม ซึ่งเป็นผลมาจากการมาตรการกำจัดอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ในครั้งนี้เรายังมีการปล่อย ‘ปลาดุกเหลือง’ ซึ่งเป็นปลานักล่าคอยกินลูกปลาหมอบัตเตอร์ เพื่อช่วยลดประชากรปลาชนิดนี้อีกทางหนึ่ง และเรามีแนวคิดเชิงรุกร่วมกับประมงจังหวัดและเทศบาลนครปากเกร็ด ในการนำปลาที่จับได้ไปทำประโยชน์ โดยเฉพาะการทำปุ๋ยหมักชีวภาพเพื่อนำมาบำรุง ‘ต้นทุเรียนนนท์’ ผลไม้ขึ้นชื่อของจังหวัด เพื่อยกระดับผลผลิตให้ดียิ่งขึ้น
ทั้งนี้ ทางหน่วยงานประมงขอเน้นย้ำว่า ตามกฎหมายแล้ว ห้ามปล่อยปลาเอเลี่ยนสปีชีส์เหล่านี้ลงสู่แหล่งน้ำเด็ดขาด และห้ามเพาะเลี้ยงโดยไม่ได้รับอนุญาต หากฝ่าฝืนจะมีโทษปรับในอัตราที่สูงมาก หากพี่น้องประชาชนพบเห็นปลาที่มีลักษณะคล้ายปลาหมอบัตเตอร์ หรือปลาเอเลี่ยนสปีชีส์ชนิดอื่น ๆ สามารถแจ้งไปยัง ประมงอำเภอ ประมงจังหวัด หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ทันที เพื่อความมั่นคงของระบบนิเวศทางน้ำอย่างยั่งยืนครับ”

ชูจุดเด่น “แหล่งน้ำปิด” บริหารจัดการง่าย-แปรรูปหนุนชุมชน
ด้าน นายวิชัย บรรดาศักดิ์ นายกเทศมนตรีนครปากเกร็ด กล่าวเพิ่มเติมถึงมิติด้านภูมิศาสตร์และการจัดการพื้นที่ว่า จุดเด่นสำคัญของบึงน้ำภายในสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ฯ นนทบุรี คือการมีสภาพแวดล้อมลักษณะ “ระบบปิด” ที่มีประตูระบายน้ำและลำคลองเชื่อมต่อเพียงช่องทางเดียว ทำให้โอกาสที่ปลาสายพันธุ์ต่างถิ่นนี้จะหลุดรอดออกไปสู่แหล่งน้ำธรรมชาติภายนอกเป็นไปได้ยาก ส่งผลให้เจ้าหน้าที่สามารถบริหารจัดการ ควบคุม และกวาดล้างประชากรปลาได้อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพมากกว่าพื้นที่เปิดทั่วไป
ที่ผ่านมา เทศบาลนครปากเกร็ดได้สนับสนุนงบประมาณและจัดสรรทรัพยากร เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกับกรมประมง มูลนิธิฯ และสมาคมนักตกปลามาโดยตลอด สำหรับปลาหมอบัตเตอร์ที่จัดเก็บขึ้นมาได้นั้น ทางเทศบาลฯ ได้ขยายผลด้วยการประสานงานร่วมกับกลุ่มเชฟมืออาชีพในพื้นที่เมืองทองธานี ในการนำเนื้อปลาไปทดลองปรุงเป็นเมนูอาหารรสเด็ด ทั้งเมนูต้ม ผัด และทอด ซึ่งพบว่าเนื้อปลามีรสชาติดี ปลอดภัย และสามารถส่งต่อเพื่อนำไปประกอบอาหารลดค่าครองชีพให้กับพี่น้องประชาชนในชุมชนรอบข้าง ควบคู่ไปกับการทำปุ๋ยชีวภาพแจกจ่ายเกษตรกรเพื่อลดต้นทุนการใช้สารเคมีในสวนผลไม้
“สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ฯ นนทบุรี มีลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่เป็น ‘ระบบปิด’ มีประตูระบายน้ำและลำคลองเชื่อมต่อเพียงทางเดียว ทำให้โอกาสที่ปลาชนิดนี้จะหลุดรอดไปสู่แหล่งน้ำธรรมชาติภายนอกเป็นไปได้ยาก และทำให้เราสามารถบริหารจัดการและควบคุมการแพร่ระบาดได้ง่ายกว่าพื้นที่เปิดทั่วไป ที่ผ่านมาเทศบาลฯ ได้สนับสนุนงบประมาณและจัดกิจกรรมร่วมกับหลายภาคส่วนมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปลาหมอบัตเตอร์ที่จับได้ในแต่ละครั้ง เราไม่ได้ทำลายทิ้งเปล่า ๆ แต่มีการนำมาแปรรูปสร้างประโยชน์ให้ชุมชน
โดยเราได้ให้เชฟในพื้นที่เมืองทองธานี ทดลองนำเนื้อปลาหมอบัตเตอร์มาทำเมนูอาหารต่าง ๆ เช่น ต้ม ผัด ทอด ซึ่งพบว่าเนื้อปลามีรสชาติดี เนื้อเยอะ น้ำหนักดี สามารถนำไปประกอบอาหารลดค่าครองชีพให้กับประชาชนได้จริง ควบคู่ไปกับการทำปุ๋ยชีวภาพแจกจ่ายเกษตรกรสวนทุเรียน
ทั้งนี้ เทศบาลนครปากเกร็ดต้องขอความร่วมมือจากประชาชนที่มาออกกำลังกาย หรือพักผ่อนหย่อนใจในสวนสมเด็จฯ หากพบเห็นปลาหมอบัตเตอร์ สามารถแจ้งข้อมูลหรือพิกัดได้ทันทีผ่านทางช่องทางออนไลน์ของเทศบาล ทั้งเว็บไซต์, Facebook, Line หรือโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่โดยตรง เพื่อความร่วมมือในการรักษาสมดุลระบบนิเวศและสัตว์น้ำท้องถิ่นให้ยั่งยืนต่อไปครับ”


ถอดบทเรียนจากความสำเร็จสู่ “ปากเกร็ดโมเดล” ระดับประเทศ
ขณะที่ นายเริงศักดิ์ มหาวินิจฉัยมนตรี เลขาธิการมูลนิธิสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ นนทบุรี ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์และการขยายผลโครงการในอนาคตว่า ความสำเร็จในการควบคุมและจำกัดจำนวนประชากรปลาหมอบัตเตอร์ในพื้นที่นนทบุรีครั้งนี้ จะถูกนำไปถอดบทเรียนทางวิชาการและการบริหารจัดการ เพื่อพัฒนาและยกประดับขึ้นเป็น “ปากเกร็ดโมเดล (Pak Kret Model)”
ต้นแบบความสำเร็จนี้ จะถูกนำไปใช้เป็นแนวทางมาตรฐาน (Framework) ในการบริหารจัดการและรับมือกับปัญหาสัตว์น้ำต่างถิ่นรุกรานภายในพื้นที่สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ที่มีอยู่ทั้งหมด 12 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสวนสาธารณะระดับแนวหน้าของไทยที่มีแหล่งน้ำขนาดใหญ่แวดล้อมอยู่ เช่น บึงพลาญชัย จังหวัดร้อยเอ็ด หรือหนองหาร จังหวัดสกลนคร เพื่อเป็นเกราะป้องกันและเตรียมความพร้อมล่วงหน้าหากต้องเผชิญกับปัญหาวิกฤตสิ่งแวดล้อมในลักษณะเดียวกัน

“ปัจจุบันทางเทศบาลนครปากเกร็ดและจังหวัดนนทบุรี ได้ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดจนสามารถควบคุมสถานการณ์ให้อยู่ในระดับที่จัดการได้ ที่ผ่านมา ประชาชนที่มาใช้บริการในสวนสาธารณะส่วนใหญ่อาจจะยังไม่ทราบว่าปลาชนิดนี้คือ ‘ปลาหมอบัตเตอร์’ และคิดว่าเป็นปลาทั่วไปจึงนำอาหารมาให้อันเนื่องมาจากความเมตตา แต่เมื่อสร้างความเข้าใจ ทุกคนต่างตระหนักดีว่าการร่วมมือกันกำจัดเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนเพื่อปกป้องสภาพแวดล้อม
จากการสำรวจสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ที่มีอยู่ทั้งหมด 12 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่มีแหล่งน้ำขนาดใหญ่ เช่น บึงพลาญชัย จังหวัดร้อยเอ็ด หรือหนองหาร จังหวัดสกลนคร พบว่าในปัจจุบันยังไม่มีรายงานการแพร่ระบาดของปลาหมอบัตเตอร์ในสวนสมเด็จฯ แห่งอื่น ๆ การจัดการปัญหาที่นนทบุรีครั้งนี้ เกิดจากวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและการทำงานร่วมกับกรมประมงอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ความสำเร็จและองค์ความรู้จากการดำเนินงานที่นี่จะถูกถอดบทเรียนเป็น ‘ปากเกร็ดโมเดล’ เพื่อนำไปปรับใช้ในสวนสมเด็จฯ แห่งอื่น ๆ รวมถึงสวนสาธารณะทั่วประเทศที่มีแหล่งน้ำขนาดใหญ่ หากต้องเผชิญกับปัญหาการแพร่ระบาดของเอเลี่ยนสปีชีส์ในอนาคต
สุดท้ายนี้ กิจกรรมในวันนี้ถือเป็นครั้งที่ 5 โดยในการจัดงานครั้งที่ 1 และ 2 เป็นการศึกษาเรียนรู้ ส่วนครั้งที่ 3 เราจับได้เกือบ 3,000 ตัว แสดงว่าโมเดลนี้มาถูกทาง ขณะที่ครั้งที่ 4 ประชากรปลาเริ่มลดลง และการจัดงานครั้งที่ 5 ในวันนี้ จึงเป็นการระดมนักตกปลามืออาชีพและประชาชนเข้ามา ‘เก็บตก’ และกวาดล้างปลาหมอบัตเตอร์ออกจากบึงน้ำให้ได้มากที่สุด ซึ่งจะช่วยลดจำนวนประชากรปลาได้อย่างมีนัยสำคัญ และต่อยอดการดูแลแหล่งน้ำสาธารณะให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นต่อไปครับ”

สร้างความตระหนักรู้ ส่งเสริมพลังมหาชนรักษ์โลก
สำหรับกิจกรรมตกปลาเชิงอนุรักษ์เพื่อกำจัดปลาหมอบัตเตอร์ “เรียนรู้ คู่คันเบ็ด” ในครั้งนี้ นอกเหนือจากการระดมกำลังของกลุ่มนักตกปลามืออาชีพและประชาชนเข้ามาทำหน้าที่ “เก็บตก” และกวาดล้างประชากรปลาในโค้งสุดท้ายแล้ว ภายในงานยังได้จัดให้มีเวทีเสวนาและอบรมให้ความรู้เชิงวิชาการแก่ประชาชนทั่วไปที่เดินทางมาพักผ่อนและออกกำลังกาย
การอบรมมุ่งเน้นการให้ความรู้เกี่ยวกับผลกระทบของสัตว์น้ำต่างถิ่นที่มีต่อโครงสร้างระบบนิเวศ เพื่อเปลี่ยนความเข้าใจผิดของประชาชนบางกลุ่มที่อาจนำอาหารมาให้อันเนื่องมาจากความเมตตา ให้กลับกลายมาเป็นพลังร่วมในการเฝ้าระวัง พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากประชาชนทุกคนในการทำหน้าที่พลเมืองที่ดี หากพบเห็นสัตว์น้ำที่มีลักษณะแปลกปลอม สามารถแจ้งข้อมูลหรือพิกัดผ่านช่องทางออนไลน์ของเทศบาล ทั้งเว็บไซต์, Facebook, Line หรือประสานประมงพื้นที่ทันที เพื่อสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ฟื้นฟูความสมดุลของแหล่งน้ำ และส่งต่อระบบนิเวศที่สมบูรณ์ให้คงอยู่สืบไปในระยะยาว

#ปลาหมอบัตเตอร์ #เรียนรู้คู่คันเบ็ด #ปากเกร็ดโมเดล #เทศบาลนครปากเกร็ด #เอเลี่ยนสปีชีส์ #สัตว์ต่างถิ่นรุกราน #กรมประมง #สิ่งแวดล้อม #อนุรักษ์ธรรมชาติ #สมดุลระบบนิเวศ #วิถีชุมชน #นวัตกรรมชุมชน #ปุ๋ยหมักชีวภาพ #ทุเรียนนนท์ #ของดีเมืองนนท์ #ปากเกร็ด #นนทบุรี #สมุทรปราการ #ตกปลาเชิงอนุรักษ์ #สมาคมกีฬาสปอร์ตฟิชชิ่งไทย #มูลนิธิสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์







