
จังหวัดศรีสะเกษเดินหน้าสืบสานอัตลักษณ์ท้องถิ่นและสร้างความภาคภูมิใจในรากเหง้าทางวัฒนธรรม โดยนำส่วนราชการทุกภาคส่วนร่วมเรียนรู้ประวัติศาสตร์และอารยธรรมของเมืองศรีสะเกษ ผ่านศูนย์อารยธรรม 3 แผ่นดิน แหล่งเรียนรู้แห่งใหม่ของจังหวัด

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 4 ท่าน นำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่จาก 20 กระทรวง แต่งกายด้วยผ้าพื้นเมืองของชน 4 เผ่า ประกอบด้วย ชาวลาว เขมร ส่วย และเยอ เข้าร่วมกิจกรรมเยี่ยมชมและศึกษาประวัติศาสตร์ ณ ศูนย์อารยธรรม 3 แผ่นดิน จังหวัดศรีสะเกษ เนื่องในโอกาสเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

อนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ
ภายในงาน คณะผู้บริหารและส่วนราชการได้ร่วมรับฟังเรื่องราวความเป็นมาและแนวคิดการจัดตั้งศูนย์อารยธรรม 3 แผ่นดิน ซึ่งเกิดจากการอนุรักษ์อาคารศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษหลังเดิม ให้เป็นพิพิธภัณฑ์เมืองและแหล่งเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี และอัตลักษณ์ของชนเผ่าพื้นเมืองในจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อส่งต่อองค์ความรู้สู่เยาวชนและประชาชนรุ่นหลัง รวมทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแห่งใหม่ของจังหวัด

ศูนย์อารยธรรม 3 แผ่นดิน นำเสนอเรื่องราวของจังหวัดศรีสะเกษผ่านห้องจัดแสดงที่ทันสมัยและน่าสนใจ ประกอบด้วย ห้อง “ศรีสะเกษงามตา” ที่นำเสนอเอกลักษณ์สำคัญของจังหวัด อาทิ ปราสาทหิน ผ้าแส่ว และดอกลำดวน ดอกไม้ประจำจังหวัด ห้อง “หลากภาษาชนเผ่า” ที่บอกเล่าเรื่องราวของชาวลาว เขมร ส่วย และเยอ ผู้ร่วมสร้างอารยธรรมบนผืนแผ่นดินศรีสะเกษมาตั้งแต่โบราณกาล ห้อง “บอกเล่าที่มา” นำเสนอประวัติศาสตร์การก่อตั้งจังหวัดผ่านภาพเก่าและเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ ห้อง “รุ่งเรืองปัจจุบัน” สะท้อนพัฒนาการและศักยภาพของจังหวัดในปัจจุบัน และห้อง “ภาพฝันวันหน้า” ที่ถ่ายทอดแผนและยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดสู่อนาคต

นอกจากนี้ ยังมีห้อง “ราชวงศ์กับศรีสะเกษ” ซึ่งรวบรวมเรื่องราวความผูกพันระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับจังหวัดศรีสะเกษ ผ่านภาพประวัติศาสตร์และเหตุการณ์สำคัญจากการเสด็จพระราชดำเนินของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบรมวงศานุวงศ์ และพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวศรีสะเกษมาอย่างต่อเนื่อง

จากนั้น นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้ร่วมกิจกรรมเสวนาในหัวข้อ “พระมหากรุณาธิคุณสถาบันพระมหากษัตริย์ต่อจังหวัดศรีสะเกษ” โดยแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับคุณูปการของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่มีต่อการพัฒนาจังหวัดในทุกมิติ ทั้งด้านคุณภาพชีวิต การศึกษา อาชีพ แหล่งน้ำ การเกษตร และการพัฒนาสังคม พร้อมสร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชนได้ร่วมสืบสาน รักษา และต่อยอดคุณค่าของแผ่นดินศรีสะเกษให้คงอยู่สืบไป

กิจกรรมในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่นเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงออกถึงความรัก ความสามัคคี และความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของชน 4 เผ่า อันเป็นรากฐานสำคัญของจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมก้าวสู่อนาคตบนพื้นฐานของความหลากหลายทางวัฒนธรรมและความเข้มแข็งของชุมชนอย่างยั่งยืน

เสนาะ วรรักษ์/รายงาน







