
ในโลกปัจจุบัน “ภาษา” มิได้เป็นเพียงเครื่องมือสำหรับการสื่อสารเท่านั้น หากแต่ยังเป็นตัวแทนของอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และความทรงจำทางประวัติศาสตร์ของชนชาติแต่ละชาติอีกด้วย การเรียนการสอนภาษาเปอร์เซียในประเทศไทยจึงสามารถกลายเป็นประตูสำคัญสู่การทำความเข้าใจอารยธรรมอิหร่านอย่างลึกซึ้ง เพราะนักศึกษา นักวิชาการ และผู้สนใจชาวไทยที่เรียนรู้ภาษาเปอร์เซีย จะสามารถเข้าถึงคลังความรู้ขนาดมหาศาลด้านวรรณกรรม ประวัติศาสตร์ จิตวิญญาณ และศิลปะของอิหร่านได้โดยตรง
การเรียนรู้ ภาษาเปอร์เซียไม่ใช่เพียงการเรียนคำศัพท์หรือไวยากรณ์ แต่คือการก้าวเข้าสู่โลกแห่งความคิดของกวี นักปรัชญา และนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ ที่เคยถ่ายทอดเรื่องราวของความรัก มนุษยธรรม ศีลธรรม และจิตวิญญาณผ่านตัวอักษรอย่างงดงาม หลายแนวคิดในวรรณกรรมเปอร์เซียยังสามารถเข้าถึงหัวใจของผู้คนในสังคมไทยได้อย่างใกล้ชิด เพราะมีความสอดคล้องกับคุณค่าทางวัฒนธรรมของสังคมไทย ทั้งเรื่องความเมตตา ความสงบ ความเคารพต่อผู้อื่น และการแสวงหาความสมดุลทางจิตใจ
อีกด้านหนึ่ง การพัฒนาความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมจำเป็นต้องดำเนินไปอย่าง “สองทาง” เช่นเดียวกับที่การเผยแพร่ภาษาและวัฒนธรรมเปอร์เซียในประเทศไทยมีความสำคัญ การทำให้สังคมอิหร่านรู้จักวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และศิลปะของไทยมากขึ้นก็เป็นสิ่งจำเป็นเช่นกัน เพราะ “ความเข้าใจซึ่งกันและกัน” คือรากฐานที่แท้จริงของการเสวนาทางวัฒนธรรม และหากปราศจากความเข้าใจนี้ ความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งและยั่งยืนก็ยากจะเกิดขึ้นได้
ปัจจุบันนี้ หลายประเทศ ทั่วโลกต่างตระหนัก แล้วว่า “วัฒนธรรม” คือเครื่องมือที่ทรงพลัง ที่สุดในการสร้าง ความสัมพันธ์ ที่มั่นคงระหว่าง ประชาชน การทูตเชิงวัฒนธรรม แตกต่างจาก ความสัมพันธ์ ทาง การเมืองทั่วไป เพราะตั้งอยู่บนพื้นฐานของความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ความเข้าใจ และความใกล้ชิดทางจิตใจ ซึ่งผลลัพธ์ของมันมักยั่งยืนและลึกซึ้งกว่า
ภายใต้ บริบท นี้ อิหร่านและไทยต่างมีศักยภาพอย่างมากในการขยายความร่วมมือทางวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นการจัดสัมมนาทางวิชาการร่วมกัน การแลกเปลี่ยนอาจารย์และนักศึกษา การแปลวรรณกรรม การจัดสัปดาห์วัฒนธรรม นิทรรศการศิลปะ เทศกาลทางวัฒนธรรม การผลิตสื่อร่วมกัน ตลอดจนความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสะพานที่ช่วยให้ประชาชนของทั้งสองประเทศเข้าใจกันมากขึ้น
มหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาสามารถมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในกระบวนการนี้ การจัดตั้งและพัฒนาศูนย์การเรียนภาษาเปอร์เซีย การสนับสนุนงานวิจัยด้านอิหร่านศึกษาและเอเชียศึกษา รวมถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยของทั้งสองประเทศ จะช่วยก่อให้เกิดนักวิชาการและคนรุ่นใหม่ที่เข้าใจวัฒนธรรมของทั้งสองชาติอย่างแท้จริง
โลกในปัจจุบันกำลังเผชิญกับความท้าทายมากมาย ทั้งแนวคิดสุดโต่ง ความเข้าใจผิดทางวัฒนธรรม ความตึงเครียดทางสังคม และการลดลงของความสัมพันธ์เชิงมนุษย์ ในสถานการณ์เช่นนี้ “การเสวนาทางวัฒนธรรมและอารยธรรม” จึงมีความสำคัญมากกว่าที่เคย เพราะอารยธรรมจะสามารถสร้างบทบาทเชิงบวกได้ ก็ต่อเมื่อเลือกเส้นทางแห่งความเข้าใจ แทนที่จะเดินเข้าสู่ความขัดแย้ง
อิหร่านและไทย ในฐานะสองชนชาติเอเชียที่มีมรดกทางวัฒนธรรมอันรุ่งเรือง สามารถกลายเป็นตัวอย่างของความร่วมมือที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเคารพและความเข้าใจซึ่งกันและกัน และในเส้นทางนี้ ภาษาเปอร์เซียและอารยธรรมอิหร่านสามารถทำหน้าที่เป็น “สะพานทางวัฒนธรรม” ที่เชื่อมโยงผู้คนทั้งสองชาติให้เข้าใกล้กันมากขึ้น
อนาคตของความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านและไทยจึงมิได้จำกัดอยู่เพียงกรอบทางการเมือง หากแต่สามารถเติบโตบนฐานของวัฒนธรรม มหาวิทยาลัย ศิลปะ สื่อ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน ยิ่งการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมเพิ่มมากขึ้นเท่าใด โอกาสของความร่วมมือทางเศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ และสังคมก็จะยิ่งเปิดกว้างมากขึ้นเท่านั้น
วันนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการนิยามใหม่ของความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมระหว่างอิหร่านและไทย ความสัมพันธ์ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการเสวนา ความเคารพ ความเข้าใจซึ่งกันและกัน และคุณค่าร่วมของมนุษยชาติ และในกระบวนการนี้ ภาษาเปอร์เซียจะมิใช่เพียงเครื่องมือในการถ่ายทอดวัฒนธรรมอิหร่านเท่านั้น หากยังเป็นสะพานที่เชื่อมหัวใจและความคิดของผู้คนทั้งสองชาติให้ใกล้กันมากขึ้น
การเสวนาทางวัฒนธรรมระหว่างอิหร่านและไทย จึงไม่ใช่เพียงความสัมพันธ์ทวิภาคีธรรมดา แต่เป็นภาพสะท้อนของศักยภาพแห่งอารยธรรมเอเชียในการอยู่ร่วมกัน การร่วมมือกัน และการสร้างความเข้าใจในโลกยุคใหม่ — โลกที่กำลังต้องการวัฒนธรรม ศีลธรรม จิตวิญญาณ และ “ภาษาของความเข้าใจ” มากกว่าช่วงเวลาใดในประวัติศาสตร์
มะห์ดี ซาเรอ์
ทูตวัฒนธรรม
สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ประจำประเทศไทย







