
ทำไมตับของเราที่เคยนุ่มๆเหมือนตับหวานในซอยจุ๊ มันกลายเป็นตับที่แข็งและขรุขระไปซะได้
.
มารู้จักกับตับกันก่อนครับ
“ตับ” คือโรงงานสารพัดประโยชน์ ให้นึกภาพว่าตับเราคือโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่เปิดโอทีทำงาน 24 ชั่วโมงไม่มีวันหยุด มีหน้าที่ทั้งฟอกของเสีย กำจัดสารพิษ ผลิตเชื้อเพลิงพวกน้ำตาลและพลังงานให้เรามีแรงไปไปทำงาน เป็นคลังเก็บเสบียงพวกวิตามิน และอื่นๆอีกมากมาย
ตับในสภาพปกติ จะมีพนักงานทำงานขยันขันแข็ง ผิวสัมผัสตับก็จะนุ่มนิ่มเด้งดึ๋งยืดหยุ่น เลือดไหลผ่านสบายเหมือนถนนโล่งๆ ไม่มีรถติด
.
แต่แล้วเราก็เริ่มใช้ชีวิตแบบท้าทายตับ
ดื่มหนัก ติดไวรัสตับอักเสบบีหรือซี กินหวานมันจนไขมันพอกตับ รวมถึงโรคภูมิต้านตนเองและพันธุกรรมต่างๆ
.
พอตับโดนทำรัายบ่อยๆมันก็เกิดการอักเสบระบมไปหมดครับ ตับก็แบบ…โอเค เดี๋ยวชั้นจัดการเอง
มันก็พยายามส่งช่างมาช่วยซ่อมแบบเร่งด่วน แต่ทีมช่างชุดนี้เหมือนช่างที่รีบๆทำ
แทนที่จะซ่อมให้เหมือนเดิม ดันเอาปูนมาโบกทับ
นึกภาพถ้านิ้วเราโดนมีดบาดครั้งเดียวแผลหายก็กลับมานุ่มเหมือนเดิมได้ แต่ถ้าขยันบาดซ้ำที่เดิมทุกวันๆ แผลมันจะกลายเป็นแผลเป็นที่ทั้งแข็งทั้งหนา
ในตับก็เหมือนกัน ตับก็ซ่อมตัวเองด้วยการสร้างแผลเป็นหนาหนาพอกไปเรื่อยเรื่อยจนเต็มโรงงานจนมองไม่เห็นเนื้อดีแล้ว กลายเป็น‘พังผืด’ซึ่งแข็งโป๊ก ไม่ยืดหยุ่น

สุดท้ายจะเข้าสู่ภาวะตับแข็ง พอแผลเป็นพังผืดมันเยอะขึ้นเรื่อยๆ เลือดก็ไหลเวียนไม่ได้ เครื่องจักรในโรงงานโดนพังผืดพันจนขยับไม่ได้ จากตับนุ่มนุ่มเด้งดึ๋งก็กลายเป็นก้อนตะปุ่มตะป่ำ ของเสียเริ่มค้างในโรงงานจน ‘ตัวเหลืองตาเหลือง’ เป็นดีซ่าน แถมน้ำเริ่มนองในโรงงานจนเกิดอาการท้องมาน นี่แหละครับคือตับแข็งของจริง
.
ตับแข็งไม่ได้เกิดขึ้นปุ๊บปั๊บในวันเดียว แต่มันคือการที่เราขยันซ้ำเติมตับตัวเองอย่างต่อเนื่องจนตับบอกว่าไม่ไหวแล้ว พอแล้ววว รวยแล้ว รวยไม่ไหวแล้ววว อันนี้ไม่เกี่ยวนะครับหยอกๆ
ในที่สุดตับก็ขอยื่นใบลาออกจากการเป็นตับ ด้วยการกลายเป็นก้อนหินซะเลย
.
วิธีป้องกันคือต้องเพลาการชนแก้วลงบ้าง ให้ตับได้มีเวลาพักหายใจหายคอ ลดหวานลดมันอย่ากินจนไขมันไปพอกตับ หมั่นออกกำลังกาย และที่สำคัญอย่าลืมไปตรวจเช็กไวรัส หรือตรวจสุขภาพนะคร้าบบบบ
.
เครดิต-หมอแล็บแพนด้า







