[date_time]
68.06.09-ส่งเว็บremark-320x100px_CREai
OIC_001
data-no-lazy="1"
68.06.09-ส่งเว็บremark-320x100px_CREai
OIC_001

เสียงสะท้อนคนชายแดนบุรีรัมย์ค้านเปิดด่านเขมรเนรคุณไว้ใจไม่ได้

บุรีรัมย์ – ชาวบ้านแนวชายแดนไทย-กัมพูชา อ.บ้านกรวด บุรีรัมย์ค้านเปิดด่านและไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลจะให้ชาวกัมพูชามาเรียนหนังสือ รักษาพยาบาล ขายแรงงานหรือทำธุรกิจค้าขายในไทย เพราะเขมรไว้ใจไม่ได้ไม่เคยสำนึกบุญคุณของไทยซ้ำกลับมาแว้งกัด เรียกร้องเร่งจ่ายเยียวยาและเพิ่มวงเงินครัวเรือนละ 10,000 บาท เหตุอพยพนานร่วมเดือนขาดรายได้

เมื่อวันที่  12 ม.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์การสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา นอกจากจะทำให้ประชาชนชาวไทยต้องเดือดร้อนอพยพหนีตายทิ้งบ้านเรือนไปอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว ยังส่งผลให้เด็กนักเรียนในโรงเรียนชายแดนไม่ได้เรียนหนังสือมานานร่วมเดือน ในขณะเดียวกันพบว่าในสื่อสังคมออนไลน์สได้มีการโพสต์และแชร์ข้อความในลักษณะว่า ชาวกัมพูชาออกมาโวยวายว่ายังไม่มีที่เรียนหนังสือ และต้องการให้ไทยเปิดด่านมนุษยธรรม เพื่อให้เด็กนักเรียนชาวกัมพูชาได้กลับเข้ามาเรียนหนังสือในประเทศไทยเหมือนเดิมนั้น

จากการลงพื้นที่สอบถามความเห็นของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นพื้นที่หมู่บ้านแนวชายแดนไทย-กัมพูชา และได้รับผลกระทบเดือดร้อนจากการสู้รบในห้วงที่ผ่านมา ต้องอพยพทิ้งบ้านหนีตายไปอยู่ยังศูนย์พักพิงที่ปลอดภัย ซึ่งชาวบ้านทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่ต้องการให้ชาวกัมพูชาทุกเพศทุกวัย เดินทางเข้ามาในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการขายแรงงาน การเข้ามาเรียนหนังสือ และการรักษาด้านพยาบาล รวมถึงทำธุรกิจค้าขายร่วมกับกัมพูชาอีก

โดยเรียกร้องให้รัฐบาลยุติการช่วยเหลือหรือการสนับสนุนในทุกกรณีต่อกัมพูชา และเร่งดำเนินการสร้างรั้วกำแพงปิดพรมแดนโดยเร็ว เพราะชาวกัมพูชานั้นไม่มีความจริงใจ ไม่รู้จักสำนึกบุญคุณคนไทยที่มีน้ำใจได้ให้มาโดยตลอด ตั้งแต่การให้ที่พักอาศัยช่วยเหลือสมัยสงครามเขมรแดงฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ การศึกษาและให้การรักษาพยาบาลชาวกัมพูชาที่เจ็บป่วย เพื่อมนุษยธรรม

นอกจากนี้ชาวบ้านยังได้เรียกร้องให้ รัฐบาลได้เร่งจ่ายเงินชดเชยผู้อพยพหนีภัยการสู้รบอย่างเร่งด่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนด้วย และขอให้รัฐบาลพิจารณาจ่ายเงินชดเชยเพิ่มเติม ให้กับผู้ครอบครัวผู้อพยพจากเดิมครัวเรือนละ 5,000 เป็น 10,000 บาท โดยระบุว่าการอพยพในรอบนี้ยาวนานกว่าครั้งที่ผ่านมา ทำให้เสียโอกาสในการประกอบอาชีพ ทำมาหากิน ต้องขาดรายได้และยังมีหนี้สินติดตามตัวมาอีก

นางดวงดาว หลอดทอง อายุ 54 ปี (เสื้อสีขาว) แม่ค้าร้านของชำใน ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ บอกว่าไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งหากจะมีการเปิดด่านชายแดนอีก ขอให้อยู่ใครอยู่มันไม่ต้องไปมาหาสู่กันอีกแล้ว ส่วนการที่รัฐบาลจะจ่ายเงินชดเชยเยียวยาให้ครัวเรือนละ 5,000 บาท นั้นมองว่าเป็นจำนวนที่น้อยถ้าจะให้ดีก็อยากได้ 10,000 บาท เพราะในช่วงของการอพยพทำให้ไม่สามารถค้าขายได้เหมือนปกติ ขาดรายได้ อีกทั้งหนี้สินค่าใช้จ่ายก็ยังคงมีอยู่อีก แต่อย่างไรก็ตามหากจะได้ 5,000 บาท ก็ยังดีกว่าที่ไม่ได้อะไรเลย และขอให้เร่งดำเนินการแจกจ่ายให้เร็วที่สุดด้วย

ด้าน นางสำลี แต่งพลกรัง อายุ 73 ปี (เสื้อน้ำเงินลายจุด) ชาวบ้านรายหนึ่งใน ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ บอกว่าก็อยากจะให้สอนหนังสือเฉพาะคนไทยเท่านั้นไม่อยากให้สอนคนเขมร ถ้าสอนหนังสือไปแล้วมีความรู้กลัวว่าจะกลับมาทำร้ายไทยเราอีก รวมถึงผู้ป่วยก็ไม่อยากให้รับเข้ามารักษา ให้รักษาเฉพาะคนไทย เพราะหากรักษาคนเขมรหายดีแล้วก็อาจจะกลับมาแว้งกัดเราได้อีก ส่วนเงินชดเชยที่มีกระแสข่าวว่ารัฐบาลจะจ่ายช่วยเหลือ 5,000 บาท หากจะถามว่าเพียงพอไหมมันคงไม่เพียงพออยู่แล้ว ถ้าจะให้ดีก็อยากได้ 10,000 บาท แต่ถึงอย่างไรให้ 5,000 บาทก็ถือว่ายังดีที่กว่าไม่ได้

© 2021 thairemark.com