[date_time]
69.01.26-Thairemark02_CRE
OIC_001
data-no-lazy="1"
69.01.26-Thairemark02_CRE
OIC_001

สิงจิ้นจงกั๋ว | เห็ดเติบโตในโรงเพาะเลี้ยงอัจฉริยะแบบโมดูลาร์

เวลา 05.00 น. ท้องฟ้ายามเช้าเพิ่งเริ่มสว่าง หวัง เส้าอวิ๋น วัย 63 ปี ขี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าออกจากบ้านในชุมชนเฉียนอิ๋ง ตำบลเว่ยอิ๋ง อำเภอซื่อหง เมืองซู่เชียน มณฑลเจียงซู ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาทีก็เดินทางมาถึงปากทางเข้าหมู่บ้าน ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงเพาะเลี้ยงสีขาวทรงสี่เหลี่ยมจำนวน 35 หลัง ภายนอกมีลักษณะคล้ายตู้คอนเทนเนอร์ แต่ภายในกลับเต็มไปด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย

หวัง เส้าอวิ๋น เปิดประตูโรงเพาะเลี้ยงออก สัมผัสได้ถึงไอเย็นที่พัดเข้ามาปะทะใบหน้า บนชั้นเหล็กมีก้อนเชื้อเห็ดวางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ โดยมีดอกเห็ดสีทองเริ่มผลิขึ้นมาให้เห็น เธอกล่าวว่า “โรงนี้เพาะเห็ดหูหนูทอง โรงข้าง ๆ เพาะเห็ดนางรม ส่วนอีกหลายโรงทางโน้นเพาะเห็ดออรินจิ ทั้งหมดอยู่ในความดูแลของฉัน” พร้อมอธิบายว่า “ทั้งอุณหภูมิ ความชื้น แสงสว่าง และความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ล้วนควบคุมด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ปกติแล้วนอกจากการนำก้อนเชื้อเห็ดเข้าโรงเพาะเลี้ยงและการเก็บเกี่ยวผลผลิต ก็แทบไม่ต้องคอยดูแลอะไรให้ยุ่งยาก”

ก้อนเชื้อเห็ดภายในโรงเพาะเลี้ยงอัจฉริยะแบบโมดูลาร์แห่งหนึ่ง (ภาพถ่ายโดย หลี่ ซินหยาง จาก People’s Daily Online)

หวัง เส้าอวิ๋น รู้สึกพึงพอใจกับงานนี้เป็นอย่างมาก เพราะทำงานเพียงครึ่งวันก็เสร็จ โดยไม่กระทบต่อการทำเกษตรในพื้นที่ของตนเอง อีกทั้งยังมีรายได้เพิ่มขึ้นเดือนละ 3,000 หยวน ปัจจุบันมีชาวบ้านเกือบ 20 คนที่ประกอบอาชีพรับจ้างทำงานใกล้บ้านในลักษณะเดียวกับเธอ

ตำบลเว่ยอิ๋งตั้งอยู่ในพื้นที่ซีหนานกั่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในหกเขตเป้าหมายสำคัญระดับมณฑลของเจียงซูที่ได้รับการสนับสนุนด้านการพัฒนา โครงการเพาะเลี้ยงเห็ดในโรงเพาะเลี้ยงอัจฉริยะแบบโมดูลาร์ถือเป็นแนวทางใหม่ในการสร้างศักยภาพทางเศรษฐกิจให้แก่ท้องถิ่น เดิมทีเกษตรกรรมในพื้นที่เน้นการปลูกผักและผลไม้ในโรงเรือนหลังคาโค้งเป็นหลัก ซึ่งได้รับผลกระทบจากความผันผวนของตลาดสูงและให้ผลตอบแทนจากการใช้ที่ดินค่อนข้างต่ำ หลี่ เซิงฮุย เลขาธิการพรรคประจำชุมชนเฉียนอิ๋งและประธานคณะกรรมการชุมชน เปิดเผยว่า “ก่อนหน้านี้เราเคยวางแผนสร้างโรงเรือนกระจกแบบเชื่อมต่อกันหลายหลัง แต่ต้นทุนก่อสร้างสูงและใช้เวลาคืนทุนนาน”

โรงเพาะเลี้ยงอัจฉริยะแบบโมดูลาร์ตั้งเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ (ภาพถ่ายโดย หลี่ ซินหยาง จาก People’s Daily Online)

ในปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567) ภายใต้การประสานงานของสำนักงานเกษตรและกิจการชนบทอำเภอซื่อหง เจ้าหน้าที่ระดับตำบลและหมู่บ้านได้เดินทางไปศึกษาดูงานในมณฑลอันฮุยและซานตง ก่อนตัดสินใจเลือกพัฒนาอุตสาหกรรมเห็ดกินได้ และหลังจากเปรียบเทียบทางเลือกหลายครั้ง จึงได้ข้อสรุปให้ดำเนินโครงการเพาะเลี้ยงเห็ดในโรงเพาะเลี้ยงอัจฉริยะแบบโมดูลาร์ หลี่ เซิงฮุย กล่าวว่า “โรงเพาะเลี้ยงรูปแบบนี้สามารถปรับเปลี่ยนชนิดเห็ดที่เพาะเลี้ยงตามความต้องการของตลาดได้อย่างยืดหยุ่น จึงช่วยลดความเสี่ยงได้ดีกว่า” พร้อมอธิบายว่า โรงเพาะเลี้ยงหนึ่งหลังมีต้นทุนประมาณ 130,000–140,000 หยวน สร้างกำไรสุทธิเฉลี่ยปีละประมาณ 50,000 หยวน และสามารถคืนทุนได้ภายใน 2–3 ปี

หลังจากตัดสินใจดำเนินโครงการ ชุมชนเฉียนอิ๋งได้เลือกใช้พื้นที่ป่าที่ถูกปล่อยทิ้งร้างมานานบริเวณทางเข้าหมู่บ้าน พร้อมดึงบริษัท เซี่ยงไฮ้ ฮัวร์ปัง ไบโอเทคโนโลยี จำกัด เข้ามารับผิดชอบด้านการฝึกอบรมเทคนิคการเพาะเลี้ยง การบริหารจัดการการผลิต และการจำหน่ายสินค้า ในช่วงครึ่งหลังของปี ค.ศ. 2025 (พ.ศ. 2568) นิคมอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงเห็ดอัจฉริยะบนพื้นที่ 17 หมู่ (ประมาณ 7.08 ไร่) ก่อสร้างแล้วเสร็จ และเริ่มทดลองดำเนินการผลิตด้วยโรงเพาะเลี้ยงจำนวน 35 หลัง เจ้าหน้าที่บริษัทเปิดเผยว่า “เห็ดหูหนูทองใช้เวลาประมาณ 20 วันนับจากนำก้อนเชื้อเข้าโรงเพาะเลี้ยงจนถึงเก็บเกี่ยว โดยโรงเพาะเลี้ยงหนึ่งหลังให้ผลผลิตประมาณ 1,350 กิโลกรัม และสามารถจำหน่ายในเซี่ยงไฮ้ได้ในราคาประมาณ 20 หยวนต่อ 500 กรัม” ทั้งนี้ เห็ดคุณภาพเกรด A ภายในโรงเพาะเลี้ยงมีสัดส่วนสูงถึง 90% และสามารถขนส่งผ่านระบบควบคุมความเย็นไปยังเมืองเซี่ยงไฮ้ หางโจว และหนานจิงได้ภายใน 4 ชั่วโมงหลังเก็บเกี่ยว ทำให้ผลิตภัณฑ์เป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก

เห็ดที่เติบโตภายในโรงเพาะเลี้ยงอัจฉริยะแบบโมดูลาร์ (ภาพถ่ายโดย หลี่ ซินหยาง จาก People’s Daily Online)

มีรายงานว่า หลังจากก่อสร้างห้องเย็นที่เป็นส่วนสนับสนุนโครงการแล้วเสร็จ นิคมอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงเห็ดอัจฉริยะจะเริ่มดำเนินงานอย่างเป็นทางการ โดยคาดว่าโครงการจะสร้างรายได้จากค่าเช่าให้แก่ชุมชนปีละ 350,000 หยวน หลี่ เซิงฮุย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า “รายได้ส่วนนี้จะนำไปใช้เป็นหลักในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของชุมชน การปรับปรุงสภาพแวดล้อม และการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบความยากลำบาก” ทั้งนี้ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ชุมชนเฉียนอิ๋งได้ดำเนินโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมรวม 17 โครงการ อาทิ ฐานเพาะปลูกและโรงงานมาตรฐาน ส่งผลให้รายได้จากการดำเนินกิจการของชุมชนเพิ่มขึ้นจนเกือบ 1 ล้านหยวน พร้อมทั้งปรับปรุงถนนแล้ว 8 สาย รวมระยะทางเกือบ 5 กิโลเมตร

ประโยชน์จากนิคมอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงเห็ดอัจฉริยะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการสร้างรายได้เท่านั้น นอกจากการจ้างงานประชาชนในท้องถิ่นแล้ว ชุมชนยังมีแผนจัดฝึกอบรมด้านเทคนิคการเพาะเลี้ยงให้แก่เกษตรกรที่สนใจ พร้อมนำเข้าสู่ระบบบริหารจัดการแบบรวมศูนย์ และพัฒนากระบวนการแปรรูปขั้นสูง เช่น การอบแห้งเห็ดและการแปรรูปผงสปอร์ เพื่อขยายห่วงโซ่อุตสาหกรรมให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

หลังจากหวัง เส้าอวิ๋น เดินตรวจสอบโรงเพาะเลี้ยงจนครบและปิดประตูหลังสุดท้าย ท้องฟ้าก็สว่างเต็มที่แล้ว อีกประมาณหนึ่งสัปดาห์ เห็ดหูหนูทองชุดนี้จะถูกขนส่งด้วยระบบโลจิสติกส์ควบคุมความเย็นไปยังนครเซี่ยงไฮ้ ทันช่วงที่ความต้องการบริโภคเพิ่มสูงขึ้นเนื่องในวันชาติจีน

(บรรณาธิการผู้รับผิดชอบ: เกิ่ง จื้อเชา, อู๋ จี้พาน)

ที่มา People’s Daily Online

© 2021 thairemark.com