[date_time]
69.01.26-Thairemark02_CRE
OIC_001
data-no-lazy="1"
69.01.26-Thairemark02_CRE
OIC_001

กลุ่มหนัดกินผัก​ เตรียมจัดงานใหญ่ “Nudkinpuk Flower Competition 2nd 2026” ปักหมุด 13-14 มิ.ย.นี้ ที่ช่างชุ่ย เปิดเวทียกระดับมาตรฐานกัญชาไทย

กลุ่มหนัดกินผักแถลงข่าวการจัดงาน Nudkinpuk Flower Competition 2nd 2026 Presented by Athena Thailand ที่ช่างชุ่ย​ Creative Park  เตรียมจัดงานใหญ่ 13-14 มิถุนายน 2569 ณ ช่างชุ่ย Creative Park เปิดพื้นที่กลางของวงการกัญชาไทย แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ครบทุกมิติ ชูแนวคิด “คุณภาพดอก” สู่มาตรฐานสากล

นายณัฐวัฒน์ อรรถสวัสดิ์ หรือ​  “จานนัท” ผู้ก่อตั้งเทศกาล “หนัดกินผัก”กล่าวว่า​ งาน Nudkinpuk Flower Competition 2nd 2026 Presented by Athena Thailand​ ก่อตั้งเป็นปีที่​ 6 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-14 มิถุนายน 2569 ณ ช่างชุ่ย Creative Park กรุงเทพมหานคร โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้าง “พื้นที่กลาง” ของวงการกัญชาไทย เปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องจากหลากหลายภาคส่วนได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และยกระดับความเข้าใจเรื่อง “คุณภาพของดอก” ในทุกมิติ

การจัดงานครั้งนี้มุ่งเน้นการผลักดันมาตรฐานคุณภาพดอกกัญชาให้ครอบคลุมมากกว่าความแรง ทั้งในด้านกลิ่น (terpene) รสชาติ มาตรฐานการปลูก และการใช้งานในบริบทต่าง ๆ พร้อมสร้างการรับรู้ต่ออาชีพ “นักปลูกกัญชา” (cultivator) ในฐานะอาชีพที่ต้องใช้ทักษะและประสบการณ์เฉพาะทาง​

ภายในงานแถลงข่าวมีไฮไลต์สำคัญ อาทิ เวิร์กช็อป “TASTE. TERP. TRUTH.” ที่จะพาผู้เข้าร่วมเรียนรู้มาตรฐานการประกวดดอก​  สนับสนุนการประกวดดอกมาตรฐาน​ โดย​ GUNKUL  SMART FARMING ​ ในระดับสากล ผ่านการทดลองชิม วิเคราะห์ terpene และจำลองกระบวนการให้คะแนนจริง โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา ทั้งด้านการปลูก พันธุกรรม และเทคโนโลยีการบ่ม ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงลึก​ โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ​  ได้แก่

เค — DrHighThai
นักปลูกกว่า 20 ปี จาก Hydro สู่ Living Soil และ Organic มองคุณภาพผ่านสายพันธุ์ ระบบปลูก และรายละเอียดของดอกในทุกขั้นตอน

ชิน — Eclipse Genetics
ทำงานด้าน genetics และการคัดเลือก phenotype เพื่อหาคาแรกเตอร์ของดอกมองสายพันธุ์เป็นจุดตั้งต้นของคุณภาพและความแตกต่าง

หนุ่ย — Hightable Bangkok
เชื่อมกัญชากับอาหารและประสบการณ์บนโต๊ะมองดอกเป็นผลงานที่สะท้อนตัวตนของผู้ปลูก

คริส — Terploc / Grove Bags
นักชิมและผู้พัฒนาเทคโนโลยีการบ่มเน้นการรักษา terpene และอ่านคุณภาพผ่านกลิ่น รส และความสะอาด​

นอกจากนี้ ยังมีเวที Open Forum​  “เวทีนี้ไม่มีพี่เลี้ยง​ พื้นที่แห่งความเห็นที่ไม่จำเป็นต้องตรงกัน” เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากตัวแทนภาควิชาการ การแพทย์ เกษตรกร และผู้ประกอบการ  โดยวิทยากรที่มีความรู้ตรง ประกอบด้วย​   อาจารย์อ๊อด — นักเคมี ผู้เชี่ยวชาญด้านการสกัด,นายแพทย์สมยศ — แพทย์แผนไทย,คิตตี้ ช่อผกา — ตัวแทนเขียนอนาคตกัญชาไทย,สก บุญเติม — ตัวแทนเกษตรกร,พอล ไทย สติ๊ค — ตัวแทนผู้ประกอบการฟาร์ม​  ดำเนินรายการโดย: Melody Sativa

โดยมีประเด็นเสวนา​ ที่น่าสนใจ​ คือ
* แนวโน้มกัญชาหลัง “กัญชาทางการแพทย์”
* เส้นแบ่งระหว่างการใช้ทั่วไปและการรักษา
* โครงสร้างและการเข้าถึง
* บทบาทของแต่ละภาคส่วนในอนาคต
เพื่อร่วมกันวิเคราะห์ทิศทางของกัญชาไทยในช่วงเปลี่ยนผ่าน ครอบคลุมประเด็นสำคัญ ทั้งแนวโน้มกัญชาหลังยุคการแพทย์ เส้นแบ่งการใช้งาน และโครงสร้างการเข้าถึงในอนาคต

ขณะเดียวกัน ภายในงานยังผสานกิจกรรมเชิงวัฒนธรรมและดนตรี เพื่อสะท้อนเอกลักษณ์ของวงการกัญชาไทยในมิติร่วมสมัย และสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้เข้าร่วมงานช่วงท้ายของวัน งานจะเปลี่ยนจากบทสนทนาสู่การเฉลิมฉลองวัฒนธรรม 4/20​ พร้อมดนตรี sound system โดยMUANGAEK SOUNDSYSTEM — กลุ่ม DJ และ selector ที่ขับเคลื่อนวัฒนธรรม reggae sound system ในไทย 6V6T6rrr (Avatar) — ศิลปิน Modular Synthesizer

การเสวนาเรื่อง “กัญชาทางการแพทย์” กลายเป็นเวทีสะท้อนความเห็นที่แตกต่างจากทั้งนักวิชาการและผู้ประกอบการ ท่ามกลางบริบทประเทศไทยปี 2569 ที่นโยบายกัญชายังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน และเต็มไปด้วยข้อถกเถียงทั้งในเชิงนิยาม การใช้งาน และผลกระทบเชิงโครงสร้าง

ประเด็นสำคัญอยู่ที่ความหมายของคำว่า “กัญชาทางการแพทย์” ซึ่งยังไม่มีข้อสรุปร่วมกันอย่างชัดเจน อาจารย์อ๊อดมองว่า แนวคิดดังกล่าวเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล และสอดคล้องกับระบบสาธารณสุขในหลายประเทศทั่วโลก ขณะที่พี่เพาเห็นว่า คำนี้มีนัยสำคัญในเชิงการสื่อสาร ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคม และทำให้กัญชาถูกมองว่าอยู่ภายใต้ระบบที่มีมาตรฐานและการควบคุม

อย่างไรก็ตาม อาจารย์สมยศตั้งข้อสังเกตในอีกมุมว่า การจำกัดกัญชาไว้เฉพาะทางการแพทย์ อาจไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคจริง โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้ในเชิงสันทนาการ พร้อมชี้ว่าแนวทางนโยบายดังกล่าวอาจมีปัจจัยทางการเมืองและผลประโยชน์ของกลุ่มทุนเข้ามาเกี่ยวข้อง

แม้จะมีความเห็นที่หลากหลาย แต่เวทีเสวนาเห็นตรงกันว่า เมื่อกัญชาถูกกำหนดให้อยู่ในกรอบทางการแพทย์อย่างเป็นทางการ ทุกภาคส่วนจำเป็นต้องปรับตัว ทั้งผู้บริโภคที่ต้องเข้าใจกฎหมายใหม่ ผู้ประกอบการที่ต้องยกระดับมาตรฐานการผลิต และภาครัฐที่ต้องทำความเข้าใจและบังคับใช้กฎระเบียบอย่างถูกต้อง

ในมิติทางธุรกิจ ผู้ประกอบการมองว่าการยกระดับกัญชาเข้าสู่มาตรฐานทางการแพทย์ จะเป็นโอกาสสำคัญในการขยายตลาด โดยเฉพาะการส่งออก เนื่องจากเป็นรูปแบบที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ แม้ภายในประเทศยังมีข้อถกเถียงเรื่องรูปแบบการใช้

ด้านคุณคิตตี้สรุปว่า ทิศทางของกัญชาในประเทศไทยยังขึ้นอยู่กับโครงสร้างอำนาจที่ประชาชนมีข้อจำกัดในการกำหนด ดังนั้น การปรับตัวให้สอดรับกับนโยบายจึงเป็นปัจจัยสำคัญ เพื่อความอยู่รอดของทั้งผู้ประกอบการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในระยะยาว

© 2021 thairemark.com