
บรรยากาศที่ท่าเรือควนตุ้งกู ตำบลบางสัก อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง เป็นไปอย่างเงียบเหงา จากเดิมจะคึกคักเป็นอย่างมากตั้งแต่เดือนมีนาคมจนถึงเทศกาลสงกรานต์ แต่ปีนี้บรรยากาศกลับเงียบเหงา ผู้ประกอบการเรือท่องเที่ยวทะเลตรังแบบเช้าไปเย็นกลับ เดือดร้อนหนักเริ่มทยอยจอดเรือแทบจะไม่มีนักท่องเที่ยวเดินทาง

สอบถามผู้ประกอบการหวังว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์จะมีนักท่องเที่ยวเดินทาง แต่กลับผิดคาด รถสองแถวรับคนท่าเรือก็เดือดร้อนหนักเช่นกัน เนื่องจากวิกฤตราคาน้ำมัน ส่งผลให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจชะลอและยกเลิกการเดินทางจำนวนมาก
นายประภัก หวังแก้ว คนขับเรือทัวร์เที่ยวเกาะ ดำน้ำชมปะการังทะเลตรัง เปิดเผยว่า ใกล้เทศกาลสงกรานต์แต่บรรยากาศยังเงียบเหงา ต้นเหตุจากน้ำมันแพง นักท่องเที่ยวไม่กล้าเดินทาง ทั้งนี้ ค่าเหมาเรือนำเที่ยวทะเลตรังวันละ 3,500-4,500 บาท แม้จะยังไม่ปรับราคา แต่ไม่มีนักท่องเที่ยว ส่วนเรือเหมาข้ามฟากระหว่างท่าเรือควนตุ้งกู-เกาะมุกด์ นั้นราคา 700 บาท ได้ปรับเป็น 900 บาท , เรือเหมาระหว่างท่าเรือควนตุ้งกู–เกาะกระดาน จาก 1,400 บาท ปรับเป็น 1,600 บาท เพื่อให้อยู่ได้ เนื่องจากน้ำมันแพงขึ้นมาก

ด้านนายสะอาด แหลมเกาะ คนขับรถสองแถวโดยสารรับส่งนักท่องเที่ยว กล่าวว่า ในส่วนของรถโดยสารขณะนี้ยังปรับราคาไม่ได้ เนื่องจากความเห็นไม่ตรงกันระหว่างเจ้าของเรือโดยสารที่วิ่งระหว่างท่าเรือควนตุ้งกู–บ้านเกาะมุกด์ ทำให้ปรับราคาไม่ได้ โดยค่าโดยสารหากนั่งเรือบวกค่ารถสองแถวเข้าอำเภอกันตัง คิดอัตรา 80 บาท แต่หากนั่งเฉพาะเรือโดยสารคนละ 50 บาท หรือนั่งเฉพาะรถสองแถวเข้าอำเภอกันตังก็คนละ 50 บาท ราคานี้ยังไม่ปรับแต่อย่างใด ทำให้ได้รับความเดือนร้อนเป็นอย่างมาก
“หยุดวิ่งก็ไม่มีอะไรกิน จากเดิมเติมน้ำมันละ 200 -300 บาท ทุกวันนี้ต้องเติมวันละ 400 บาท ตอนนี้จึงได้แต่รอปรับราคา เพื่อให้สามารถอยู่ได้” นายสะอาด กล่าว
อีกหนึ่งภาพสะท้อนเศรษฐกิจช่วงสงกรานต์ในจังหวัดตรัง คือยอดขาย “ปืนฉีดน้ำ” ที่ลดลงอย่างมากในปีนี้ จนผู้ค้าบางรายยอมรับว่าเป็นปีที่ซบเซาที่สุดตั้งแต่เปิดร้านมา

นางสมฤดี ผ่องลำเจียก เจ้าของร้านของเล่นสมปารถนา เปิดเผยว่า ปีนี้ยอดขายตกลงชัดเจน เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูง ทำให้ประชาชนลดการเดินทาง ส่งผลกระทบถึงลูกค้ารายย่อยที่เคยรับสินค้าไปขายต่อ ก็สั่งของลดลง แม้ว่าทางร้านจะยังคงจำหน่ายสินค้าในราคาเดิม เริ่มต้นเพียง 10 บาท แต่ต้องแบกรับต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นถึง 20% ทำให้การทำกำไรยิ่งยากขึ้น
ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการหลายรายยังคงจับตาช่วงวันหยุดหลักของเทศกาล หวังว่าบรรยากาศจะกลับมาคึกคัก และช่วยพยุงยอดขายในช่วงโค้งสุดท้าย แม้ยังต้องเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจและราคาพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูง







