[date_time]
69.01.26-Thairemark02_CRE
OIC_001
data-no-lazy="1"
69.01.26-Thairemark02_CRE
OIC_001

“ส.อ.ท.” หวั่นสงครามตะวันออกกลาง ทุบเศรษฐกิจไทยทรุด น้ำมันพุ่ง-ส่งออกชะงัก

A fireball lights the sky following a missile strike on Tel Aviv on February 28, 2026. The United States and Israel launched strikes against Iran on February 28, with Israel’s public broadcaster reporting that the Iranian supreme leader had been targeted, as the Islamic republic retaliated with barrages of missiles at Gulf states and Israel. (Photo by JOHN WESSELS / AFP)

จากสถานการณ์เกิดเหตุระเบิดหลายจุดในกรุงเตหะราน เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 กลายเป็นข่าวใหญ่สะเทือนเวทีโลก หลังมีรายงานว่า “ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน” เสียชีวิตจากปฏิบัติการโจมตีระลอกแรก ซึ่งถูกระบุว่าเป็นการผนึกกำลังของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล

ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 มี.ค.69 นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะความขัดแย้งดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะทองคำและน้ำมันในตลาดโลก รวมถึงราคาภายในประเทศไทยที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น

ในระยะสั้น ราคาน้ำมันอาจปรับขึ้นจากแรงกดดันทางจิตวิทยา แต่ต้องจับตาว่าสงครามจะยืดเยื้อหรือจำกัดวงเฉพาะจุด รวมถึงบทบาทของประเทศพันธมิตรอิหร่าน เช่น จีน และรัสเซีย ตลอดจนท่าทีของประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง ว่าจะเข้ามาไกล่เกลี่ยหรือไม่

นายเกรียงไกร ระบุว่า พื้นที่ความขัดแย้งใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันทางเรือที่สำคัญของโลก หากสถานการณ์บานปลายหรือมีการปิดเส้นทางเดินเรือ จะสร้างแรงกระแทกต่อราคาน้ำมันและเศรษฐกิจโลกทันที

กรณีเลวร้ายที่สุด (Worst Case Scenario) คือ การโจมตีแหล่งผลิต บ่อน้ำมัน หรือโรงกลั่นในภูมิภาค ซึ่งจะซ้ำเติมตลาดพลังงานโลกที่ยังเปราะบาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง

จึงเสนอให้กระทรวงพลังงานและบริษัทน้ำมันเร่งประเมินความเสี่ยง ทั้งระยะสั้น กลาง และยาว พร้อมวางแผนสำรองน้ำมัน และเตรียมเส้นทางขนส่งทางเลือก หากเกิดการปิดช่องแคบหรือเส้นทางหลัก

ด้าน นายหัสดิน สุวัฒนะพงศ์เชฏ รองเลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวถึงสถานการณ์ต่อภาคอุตสาหกรรมไทยว่า สงครามระหว่างประเทศอิหร่านกับพันธมิตรคืออิสราเอลและสหรัฐอเมริกา ย่อมส่งผลกระทบต่อคนทั้งโลก ซึ่งในส่วนของประเทศไทยนั้นต้องแยกผลกระทบออกเป็นหลายด้าน โดยด้านแรกที่เห็นผลทันทีคือด้านพลังงานที่ราคาน้ำมันจะพุ่งสูงขึ้นเนื่องจากความไม่มั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลางที่เป็นแหล่งผลิตน้ำมันสำคัญ ซึ่งตนมองว่าราคาจะขยับขึ้นไปมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับว่าสงครามจะขยายวงไปสู่ประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายอื่นด้วยหรือไม่ และจะยืดเยื้อยาวนานแค่ไหน

นายหัสดินกล่าวต่อว่า เมื่อต้นทุนน้ำมันสูงขึ้นจะส่งผลต่อเนื่องให้ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้นตาม รวมถึงต้นทุนการเดินทางและการขนส่งสินค้า โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าจากไทยไปยังตลาดตะวันออกกลางซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพและมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องอาจต้องหยุดชะงักลง เพราะความไม่ปลอดภัยในเส้นทางขนส่งอาจทำให้ต้องมีการเปลี่ยนเส้นทางและมีต้นทุนที่สูงขึ้น

“หากสถานการณ์บานปลายหรือยืดเยื้อ เพื่อหลีกเลี่ยงความสูญเสีย ทั้งนี้ ตนมองว่าสงครามครั้งนี้อาจส่งผลต่อการขยับเปลี่ยนแปลงดุลอำนาจของโลกซึ่งต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป”

© 2021 thairemark.com