[date_time]
69.01.26-Thairemark02_CRE
OIC_001
data-no-lazy="1"
69.01.26-Thairemark02_CRE
OIC_001

สหภาพแรงงานยาสูบฯ จี้รัฐล้างบางขบวนการทุนเทาบุหรี่เถื่อนหลังรัฐสูญรายได้ปีละ2.4หมื่นล้าน

สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจยาสูบ เผยขบวนการบุหรี่เถื่อนยังระบาดหนัก แม้เจ้าหน้าที่จะไล่ล่าปราบปรามจนเหงื่อตก แต่ตัวเลขการบริโภคบุหรี่เถื่อนพุ่งกระฉูดถึง 25% ของตลาด  เผยขบวนการใช้กลยุทธ์ใหม่ นำเข้าสินค้าผ่านชายแดน แอบเก็บกระจายตามสต็อกลับ รับออร์เดอร์ผ่านออนไลน์ ส่งพัสดุผ่านบริษัทขนส่งของรัฐและบริษัทให้บริการขนส่งของเอกชนถึงหน้าบ้าน เย้ยกฎหมาย ทำรัฐสูญรายได้ปีละ 2.4 หมื่นล้าน

นายสุเทพ ทิมศิลป์ ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจยาสูบ การยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) เปิดเผยตัวเลขจากการสำรวจการบริโภคบุหรี่ผิดกฎหมายในประเทศไทย ไตรมาสที่ 4 ปี 2568 พบว่า ยังมีอัตราการบริโภคบุหรี่ผิดกฎหมายสูงมากถึง 25% ของปริมาณการบริโภคทั้งหมดในประเทศ คิดเป็นจำนวนมหาศาลกว่า 700 ตู้คอนเทนเนอร์ที่หลั่งไหลเข้าไทย ซึ่งสถานการณ์นี้กำลังกัดกินระบบเศรษฐกิจของชาติอย่างรุนแรงในหลายมิติ

“ขบวนการบุหรี่เถื่อนข้ามชาตินี้ปรับตัวเร็ว ยกตัวอย่างยี่ห้อที่เป็นที่นิยมอันดับ 1 ในขณะนี้ อาจมีต้นทางมาจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์หรืออินโดนีเซีย เข้าสู่เวียดนามเพื่อลักลอบมาขายในประเทศไทยในพื้นที่ภาคใต้ มีการพบบุหรี่ยี่ห้อเดียวกันนี้แถบปะลิศและเคดาห์ของมาเลเซียซึ่งมีพรมแดนติดจังหวัดสงขลา รวมทั้งแอบขึ้นฝั่งที่จังหวัดนราธิวาสหรือปัตตานี แล้วส่งต่อมาที่หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นฮับกระจายสินค้าไปทั่วประเทศอย่างรวดเร็วผ่านระบบขนส่งพัสดุของบริษัทขนส่งของรัฐและบริษัทขนส่งของเอกชน และส่งขายหน้าร้านในจังหวัดภาคใต้ผ่านสต็อกเคลื่อนที่บนรถตู้กระบะทึบ หลังได้รับคำสั่งซื้อผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ขายและโฆษณาอย่างโจ๋งครึ่มโดยเฉพาะ Facebook ซึ่งผิดกฎหมายอย่างชัดเจนแต่ทำไมกลับปล่อยให้ดำเนินการอยู่ได้” นายสุเทพ กล่าว

นายสุเทพ เน้นย้ำความเสียหายที่เกิดขึ้นจากบุหรี่เถื่อนใน 3 ด้าน ได้แก่ รายได้รัฐ ปัญหาที่เกิดกับห่วงโซ่อุตสาหกรรม และความเหลื่อมล้ำในการบังคับใช้กฎหมาย “เพราะบุหรี่ทุกซองจะสร้างรายได้ภาษีให้กับประเทศ เช่น ภาษีสรรพสามิต ภาษีเพื่อมหาดไทย และภาษีอบจ. ซึ่งเมื่อบุหรี่เถื่อนเข้ามาตีตลาด แน่นอนว่ารัฐสูญเสียรายได้จากภาษีเหล่านี้ หายวับไปกว่า 24,000 ล้านบาทต่อปี นอกจากนี้ เมื่อบุหรี่ถูกกฎหมายขายยาก ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นอันดับแรก ๆ ก็คือชาวไร่ยาสูบ และร้านค้ารายย่อย ที่ผู้ประกอบการน้ำดีสู้ราคาไม่ได้ ขณะที่มาเฟียบุหรี่เถื่อนกลับท้าทายกฎหมายทั้งในโลกจริงและโลกออนไลน์”

แม้ที่ผ่านมาหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจะมีผลงานการจับกุมอย่างต่อเนื่อง และตัวเลขจะลดลงเล็กน้อยจากต้นปี 2568 ที่เคยพุ่งไปถึง 28.1% แต่ประธานสหภาพแรงงานยาสูบฯ ตั้งข้อสังเกตที่น่าสนใจว่า “ทำไมถึงไม่ลดลงไปมากกว่านี้?” ทั้งที่มีปัจจัยภายนอกที่ควรจะทำให้การลักลอบยากขึ้น เช่น ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา หรืออุทกภัยครั้งใหญ่ในภาคใต้ ซึ่งเป็นแหล่งซ่องสุมหลักของบุหรี่เถื่อนที่ส่งมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้ไทยเป็นปลายทาง และเป็นประเทศของการส่งสินค้าผ่านแดนเพื่อไปยังประเทศที่ 3 ต่อไป

ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจยาสูบ ย้ำว่า “นี่คือปัญหาที่แท้จริงที่ถูกซุกไว้ใต้พรม หากรัฐบาลยังมองแค่การสกัดกั้นหน้าด่าน แต่ไม่จัดการกับ “เส้นเลือดใหญ่” อย่างแพลตฟอร์มออนไลน์ และการส่งพัสดุ ปัญหานี้จะไม่มีวันจบสิ้น ซึ่งไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลชุดใด หรือภายใต้การนำของพรรคการเมืองไหน ภารกิจปราบปรามทุจริตและสินค้าเถื่อนต้องเป็นวาระเร่งด่วนเทียบเท่าปัญหาสแกมเมอร์ รัฐบาลรับรู้ตัวเลขความเสียหายรวมกว่า 31,000 ล้านบาทอย่างชัดเจนอยู่แล้ว แต่ทำไมถึงไม่มีการดำเนินการที่เข้มข้นจริงจัง”

นายสุเทพ เสนอแนวทางการจัดการกับปัญหาบุหรี่เถื่อนในปี 2569 นี้ว่า “จำเป็นต้องขยายการปราบปราม สืบสวนสอบสวน ถอนรากถอนโคนขบวนการ และเพิ่มมาตรการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดกับผู้กระทำผิดโดยเฉพาะความผิดฐานฟอกเงิน ควบคู่ไปกับการเพิ่มการตรวจสอบร้านค้ารายย่อย การลาดตระเวนทั้งแนวชายแดนทางบกและทางทะเล นอกจากนี้ ควรมีการทบทวนแก้ไขกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับสินค้าผ่านแดน การสำแดงเท็จ ที่เป็นช่องโหว่ให้บุหรี่เถื่อนวนกลับเข้ามาขายในประเทศไทยได้ และที่สำคัญคือการตัดวงจรอุบาทว์นี้โดยต้องมีการสั่งให้แพลตฟอร์มออนไลน์หยุดการโฆษณาการขายบุหรี่เถื่อนและหามาตรการในการปิดกั้นและกลั่นกรองเพจและร้านค้าที่ผิดกฎหมายโดยแพลตฟอร์มต้องรับผิดชอบไม่ใช่ปล่อยปะละเลยแบบในปัจจุบัน”

“เราจะรอให้ความเสียหายทะลุ 3 หมื่นล้านไปมากกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว รัฐต้องปกป้องผู้ประกอบการที่ถูกกฎหมายและประชาชน ไม่ใช่ปล่อยให้กลุ่มผู้ทุจริตได้บั่นทอนผลประโยชน์ของผู้ที่เคารพกฎหมาย รวมถึงบนความบอบช้ำของเศรษฐกิจไทย” นายสุเทพ กล่าวทิ้งท้าย

© 2021 thairemark.com