Saturday, 3 December 2022 - 2 : 17 am
kanda_002
OIC_001
data-no-lazy="1"
kanda_002
OIC_001

ดิ้นหนีวิกฤติเศรษฐกิจตกต่ำ”ปตท.” ทุ่มงบลงทุน 5 ปี คิดมูลค่า 850,573 ล้านบาท

ปตท. ทุ่มงบลงทุน 5 ปี วงเงิน 850,573 ล้านบาท ไม่รวมโครงการที่อยู่ระหว่างลงทุนหรือแสวงหาโอกาสลงทุนในธุรกิจหลัก หลังปี2563 กำไรลดฮวบ 59.4%

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กลุ่มปตท. เตรียมแผนลงทุน 5 ปี (ปี 2564-68) วงเงิน 850,573 ล้านบาท ไม่รวมโครงการที่อยู่ระหว่างลงทุนหรือแสวงหาโอกาสลงทุนในธุรกิจหลัก เช่น โรงแยกก๊าซธรรมชาติหน่วยที่ 7 ทดแทนโรงแยกก๊าซธรรมชาติหน่วยที่ 1 โครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบกเส้นที่ 5 ขยายขีดความสามารถของแอลเอ็นจี รี เซฟวิง เทอมินอล แห่งที่ 2 (หนองแฟบ) และโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะที่ 3

นอกจากนี้ ยังเตรียมงบลงทุนในอนาคต ใน 5 ปีข้างหน้า วงเงิน 804,202 ล้านบาท ขยายการลงทุนในธุรกิจก๊าซธรรมชาติเหลวครบวงจร ทั้งในประเทศและต่างประเทศ และการเชื่อมต่อระหว่างธุรกิจก๊าซธรรมชาติสู่ธุรกิจผลิตไฟฟ้า ห่วงโซ่ธุรกิจพลังงานไฟฟ้า ธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยีด้านพลังงานเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงมุ่งสู่ธุรกิจใหม่ในกลุ่มวิทยาศาสตร์ชีวภาพ โดยการจัดตั้งบริษัท อินโนบิก (เอเซีย)

สำหรับผลประกอบการของบริษัทปี 2563 มีกำไร 37,765.80 ล้านบาท คิดเป็น 1.32 บาทต่อหุ้น ลดลง 59.4% จากปี 2562 ที่มีกำไร 92,950.60 ล้านบาท คิดเป็น 3.20 บาทต่อหุ้น จากรายได้การขายที่มี 1,615,665 ล้านบาท ลดลง 27.2% จากเกือบทุกกลุ่มธุรกิจ ตามราคาขายเฉลี่ยและปริมาณขายเฉลี่ยที่ลดลง

โดยกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่นที่ลดลงจากขาดทุนสต๊อกน้ำมันประมาณ 19,000 ล้านบาท กลุ่มธุรกิจก๊าซธรรมชาติมีผลการดำเนินงานลดลง ตามราคาขายที่ลดลงจากผลกระทบของโควิด-19 และการปิดซ่อมบำรุง ทั้งยังรับรู้ขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์สุทธิภาษี 9,478 ล้านบาท แบ่งเป็นธุรกิจถ่านหินประมาณ 7,700 ล้านบาท ธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมประมาณ 1,600 ล้านบาท และธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่นประมาณ 180 ล้านบาท

ทั้งนี้ ยกเว้นกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีและวิศวกรรมมีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นจากการเข้าซื้อ บริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด (มหาชน) หรือ GLOW โดย บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ในช่วงปลายไตรมาส1ปี 2562

นายอรรถพล กล่าวว่าสำหรับปี 2564 คาดว่าราคาน้ำมันดิบจะเฉลี่ยอยู่ที่ 55-60 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และค่าการกลั่นอ้างอิงสิงคโปร์คาดเฉลี่ยอยู่ที่ 1.5-2.5 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีทั้งสายโอเลฟินส์และอะโรเมติกส์ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากเศรษฐกิจโลกที่ทยอยฟื้นตัวและแนวโน้มการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ในหลายประเทศ

“เชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจไทยปี 2564 จะกลับมาฟื้นตัวภายใต้ 3 เงื่อนไข คือ ไม่เร็ว ยังต้องใช้เวลากว่าจะกลับมาฟื้นตัวเท่ากับปี 2562, ไม่ทั่วถึง เพราะการฟื้นตัวในแต่ละภาคธุรกิจ จะไม่เท่ากัน และยังมีความไม่แน่นอน จากสถานการณ์การควบคุมโรคและวัคซีนป้องกัน โควิด-19” นายอรรถพล กล่าว

© 2021 thairemark.com