Thursday, 22 February 2024 - 5 : 08 pm
kanda_002
OIC_001
data-no-lazy="1"
kanda_002
OIC_001

ปี 2565 ‘รทสช.’ผลักดันปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์

“สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์” นำทีม สส.- สมาชิกรุ่นใหม่ รทสช.ร่วมงาน Sustainability Expo (SX2023) มหกรรมด้านความยั่งยืน ครั้งที่ 4  ​หนุนเดินหน้าตามเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี 2065

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2566 ที่ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ประธาน สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมด้วย มล.ชโยทิต กฤดากร ที่ปรึกษาทีมเศรษฐกิจ, นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค, นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ รองเลขาธิการพรรค และสมาชิกรุ่นใหม่พรรครวมไทยสร้างชาติ เดินทางร่วมงาน Sustainability Expo (SX2023) มหกรรมด้านความยั่งยืน ครั้งที่ 4 

นายสุพัฒนพงษ์ กล่าว ภายหลังการเยี่ยมชมงานว่า เรื่องของการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานาน โดยจะเห็นได้ชัดว่าเกิดผลกระทบเชิงลบอย่างชัดเจนในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จนมีคำกล่าวได้ว่าจากโลกร้อนกลายเป็นโลกเดือด โดยนโยบายของรัฐโดยเฉพาะจากรัฐบาลที่แล้ว ได้ประกาศให้ความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี คศ.2050 หรือ 27 ปีจากนี้ และมีเป้าหมายสำคัญในการประกาศเป้าหมาย ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ ในปี ค.ศ.2065 ซึ่งเป็นความท้าทายของประเทศไทย โดยเป็นที่น่าดีใจว่า รัฐบาลชุดนี้ได้สานต่อ นโยบายดังกล่าว ในขณะที่ภาคเอกชน ก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวต่อว่า เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นอกจากจะมีผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจด้วย เพราะฉะนั้น สิ่งที่ต้องทําก็คือทุกคนต้องร่วมมือกัน อย่าให้เป็นภาระของรัฐบาล หรือภาคเอกชนเท่านั้น ประชาชนทุกคนสามารถมีส่วนร่วมช่วยกันรับผิดชอบในสิ่งเหล่านี้ เพื่อให้มีโลกที่สวยงาม ที่จะส่งต่อไปยังลูกหลานคนรุ่นใหม่ได้อยู่อย่างมีความสุข ปลอดภัย และเศรษฐกิจสามารถดํารงไปได้อย่างยั่งยืน

“เรามีสิทธิที่จะอยู่ในโลกแห่งนี้ อย่างมีความสุข แต่ในขณะเดียวกันเรามีหน้าที่ที่จะรักษาโลกนี้ให้มีคุณภาพที่ดีสําหรับทุกทุกคนด้วยเช่นเดียวกัน ไม่ใช่คนใดคนหนึ่งต้องทํา เป็นหน้าที่ของทุกคนที่จะร่วมรักษาโลกนี้เพื่อให้เป็นโลกที่น่าอยู่ต่อไป” นายสุพัฒนพงษ์กล่าว

สำหรับงาน Sustainability Expo (SX2023) มหกรรมด้านความยั่งยืน ครั้งที่ 4  ถือเป็นมหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน ที่มีแนวคิดหลักคือ ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ เพื่อความ ‘พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก’ (Sufficiency for Sustainability)​ โดยพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นพรรคการเมืองที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนในทุกมิติ โดยให้ความสำคัญในการสร้างความสมดุลที่ดีระหว่างโลกธุรกิจและอุตสาหกรรมกับการรักษาสิ่งแวดล้อม เป็นแนวทางในการดำเนินนโยบายหลักต่างๆของพรรคอย่างต่อเนื่องตลอดมา

© 2021 thairemark.com