
กรมศุลกากรขานรับนโยบายรัฐบาล เข้าตรวจค้นโกดังย่านบางพลี สมุทรปราการ พบสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องสำอาง ซึ่งมีถิ่นกำเนิดต่างประเทศ โดยไม่พบหลักฐานการผ่านพิธีการศุลกากร รวมถึงไม่ได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และไม่ได้รับการรับรองมตราฐานจากสำนักงานมาตรฐานจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จำนวนรวมกว่า 104,000 ชิ้น รวมมูลค่ากว่า 25 ล้านบาท
ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำหนดนโยบายมุ่งปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ โดยเฉพาะสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพ ซึ่งอาจทำให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตและความปลอดภัยของประชาชน โดยเน้นการบูรณาการความร่วมมือของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมตั้งแต่ต้นทาง ระหว่างทาง และปลายทาง เพื่อสกัดกั้นและป้องกันไม่ให้สินค้าดังกล่าวเข้าสู่สังคมและแพร่กระจายสู่ประชาชน

ขณะที่ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มอบนโยบายให้กรมศุลกากรเร่งดำเนินการตรวจสินค้าที่นำเข้ามาในประเทศทุกช่องทางอย่างเข้มงวด ร้อมเร่งบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องในการเฝ้าระวังและตรวจตราตามแนวชายแดนและเส้นทางธรรมชาติที่อาจถูกใช้เป็นช่องทางลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายสู่ประเทศ
นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 กรมศุลกากรจึงได้ยกระดับมาตราการเชิงรุก โดยกองสืบสวนและปราบปราม เข้าตรวจค้นโกดังเก็บสินค้าในพื้นที่อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ผลการตรวจค้น พบสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องสำอาง ซึ่งมีถิ่นกำเนิดต่างประเทศเป็นจำนวนมาก โดยไม่พบหลักฐานการผ่านพิธีการศุลกากรแต่อย่างใด อีกทั้งเป็นสินค้าที่ไม่ได้รับการรับรอง

จากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ มอก. และสินค้าที่ไม่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. กรมศุลกากรจึงทำการตรวจยึดสินค้า จำนวนรวมกว่า 104,000 ชิ้น รวมมูลค่ากว่า 25 ล้านบาท กรณีดังกล่าวเป็นความผิดฐานรับซื้อ หรือรับไว้โดยประการใดซึ่งเป็นของลักลอบหนีศุลกากร
ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560
อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมศุลกากรยังคงให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามสินค้าผิดกฎหมาย รวมถึงสินค้าที่ลักลอบนำเข้ามาโดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากรอย่างเข้มงวด ทั้งการตรวจสอบสินค้า ณ ด่านศุลกากร การตรวจค้นโกดังและสถานที่จัดเก็บสินค้าทั่วประเทศ ตลอดจนการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ให้ผู้บริโภคได้ใช้สินค้าที่มีมาตรฐาน มีความปลอดภัย และได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการปกป้องสังคมและสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยทางเศรษฐกิจของประเทศต่อไป

.







