Wednesday, 29 May 2024 - 1 : 31 pm
kanda_002
OIC_001
data-no-lazy="1"
kanda_002
OIC_001

กรมศุลฯ-บช.ปส.ยึดเฮโรอีน 32 กิโลกรัม คิดมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท

กรมศุลฯ-บช.ปส.ยึดเฮโรอีน 32 กิโลฯซุกกล่องพลาสเตอร์บรรเทาปวด เตรียมส่งออกประเทศออสเตรเลีย รวมมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท

วันที่ 10 มิ.ย. ที่ศูนย์เอกซเรย์ และเทคโนโลยีศุลกากร สำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพฯ คลองเตย นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ รองอธิบดี รักษาการที่ปรึกษาด้านการพัฒนาและบริหารการจัดเก็บภาษี และโฆษกกรมศุลกากร พร้อมด้วย พ.ต.อ.ณรัชต์พล เลิศรัชตะปภัสร์ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ นายถวัลย์ รอดจิตต์ ผอ.กองสืบสวนและปราบปราม พ.ต.อ.พลเดช สังข์สิริ ผกก.3 บก.ปส.1 บช.ปส.และ พ.ต.ท.กิตติคุณ พ่วงนาคพันธุ์ ผู้อำนวยการส่วนปฏิบัติการข่าวและปราบปรามยาเสพติด 6 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) พร้อมเจ้าหน้าที่ศุลกากร ร่วมกันแถลงผลการตรวจยึดยาเสพติดของกลางเฮโรอีน น้ำหนักรวม 32 กิโลกรัมรวมมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท ซุกซ่อนภายในกล่องสินค้าแผ่นแปะบรรเทาปวดยี่ห้อดัง โดยตรวจยึดได้จากบริเวณท่าเรือกรุงเทพฯ ขณะเตรียมส่งออกปลายทางเมลเบริน์ ประเทศออสเตรเลีย

พ.ต.อ.ณรัชต์พล ผอ.กรมศุลกากรท่าเรือฯ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจาก มีคำสั่งศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติที่ 11/2564 โดยแต่งตั้งอธิบดีกรมศุลกากรเป็นประธานอนุกรรมการ เพื่อดำเนินการสกัดกั้น การลักลอบเคลื่อนย้ายยาเสพติดข้ามชาติ โดยสำนักงานกรมศุลกากรท่าเรือ จึงเปิดยุทธวิธี สทก.ท้ารบ สยบไพรี กระทั่งวานนี้ 9 มิ.ย.ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการจับกุมยาเสพติดเฮโรอีน จำนวน 32 กิโลฯซ่อนในพลาสเตอร์บรรเทาปวด โดยเป็นผลการจับกุมครั้งที่ 5 โดยรวมมูลค่ายาเสพติด กว่า 2 พันล้านบาท

นายพันธ์ทอง กล่าวว่า ตนขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเนื่องจากว่าของกลางถูกบรรจุซุกในหีบห่อแผ่นประคับปวด จากทั้งหมด 50 ลัง โดยตรวจพบของกลางจำนวนเพียง 5 ลัง หากเจ้าหน้าที่ไม่ละเอียดรอบครอบจะตรวจเจอยาก โดยต้องใช้หลายส่วนประกอบกันทั้งเรื่องเอ็กซเรย์ ข้อมูลต่างๆและไหวพริบ

นายพันธ์ทอง กล่าวอีกว่า หลังจากนี้จะทำการขยายผลร่วมกับ ตำรวจบช.ปส.และ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. สำหรับชื่อผู้ส่งยาเสพติดล็อตนี้ยังไม่สามารถนำเปิดมาเผยได้ซึ่งต้องให้เจ้าหน้าที่ทำการสอบสวน ขยายผลต่อว่ามีการใช้ชื่อในนามบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลหรือสวมชื่อผู้อื่น เพื่อหาความเชื่อมโยงและนำตัวผู้กระทำมาดำเนินคดี

ด้าน พ.ต.อ.พลเดช กล่าวว่าการสังเกตุสิ่งของจะเหมือนเดิมทุกครั้ง หากพบสิ่งของต้องสงสัยที่เข้ามาจะมีการเอ็กซเรย์เพื่อตรวจสอบ ส่วนการขยายผลจะนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนเพื่อทำการสอบปากคำ และดูว่าต้นทางและปลายทางว่าเป็นผู้ใดและสืบสวนขยายผลต่อไป

ส่วนกรณีบุหรี่ไฟฟ้าที่เข้ามานั้น นายพันธ์ทอง กล่าวว่า การนำเข้ามานั้นตู้คอนเนอร์มีเป็นหลายล้านตู้ แต่เจ้าหน้าที่ต้องเลือกตรวจเพราะไม่สามารถเปิดทุกตู้ได้ ทำให้ต้องมีลักลอบนำเข้ามาได้บ้างบางส่วน

© 2021 thairemark.com