Wednesday, 17 April 2024 - 6 : 41 am
kanda_002
OIC_001
data-no-lazy="1"
kanda_002
OIC_001

ไขข้อสงสัย!! สายชาร์จดูดข้อมูล ดูดเงินในมือถือได้หรือไม่? ย้ำดาวน์โหลดแอปฯอันตรายสุด

จากกรณีมีการแชร์ข้อความเตือนภัยเกี่ยวกับกลุ่มมิจฉาชีพ หลังล่าสุดพบว่ามีแฮกเกอร์หัวใสดัดแปลงสายชาร์จ USB ให้ดูดข้อมูลได้ ฉะนั้นควรเลี่ยงยืมสายชาร์จของคนไม่รู้จักมาชาร์จโทรศัพท์มือถือนั้น

พล.อ.ต.อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ได้กล่าวบนเวทีเสวนาหัวข้อ “สกมช.กับการนำพาประเทศรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ ในงาน “NCSA Press Relations 2023” ถึงกรณีดังกล่าวตอนหนึ่งว่า มีความเป็นไปได้น้อยมากที่มิจฉาชีพจะมีดัดแปลงสาย USB หรือ “สายชาร์จดูดข้อมูล” เพื่อที่ใช้ดูดเงินในบัญชีหรือ เพื่อเข้าถึงข้อมูลด้วย สายชาร์จ USB หรือ สาย USB C เพราะสายชาร์จที่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้มีราคาแพงมากปัจจุบันราคาอยู่ที่ 4,000 กว่าบาท และการเข้าถึงข้อมูลด้วย สาย USB หรือสายชนิดอื่นๆ จะต้องจะต้องทำงานผ่าน WIFI และ แฮกเกอร์ หรือ มิจฉาชีพจะต้องอยู่ใกล้ๆ กับมือถือจึงจะใช้ “สายชาร์จดูดข้อมูล” ดังนั้นกรณีที่มีการแชร์ว่าเงินในบัญชีหายไป เพราะเสียบสายชาร์จแบต หรือที่ประชาชนหลายคนกังวลว่า ต่อไปการซื้อสายชาร์จราคาถูกอาจจะไม่ปลอดภัยต่อข้อมูลในโทรศัพทืมือถือ ถือว่ามีความเป็นไปได้น้อยมาก

นอกจากนี้ กรณีที่มิจฉาชีพจะให้วิธีการดูดเงิน หรือแฮ็กข้อมูลจาก “สายชาร์จดูดข้อมูล” นั้น ค่อนข้างมีความซับซ้อน เพราะกลไกการทำเข้าถึงข้อมูลทำได้ยาก อีกทั้งในปัจจุบันอุปกรณ์ มือถือจะมีการถามทุกครั้งที่เราเสียบสายชาร์จว่าต้องการให้เข้าถึงข้อมูลในมือถือหรือไม่ ดังนั้นกรณีที่เสียบสายชาร์จเข้าไปแล้วจะสามารถเข้าถึงข้อมูลในมือถือเลยเป็นไปได้อยากมาก ตนยืนยันว่าการดาวน์โหลดแอปฯที่ไม่รู้จักหรือแอปฯแปลก ๆ เป็นช่องทางที่อันตรายและทำให้มิจฉาชีพเข้าถึงมือถือได้ง่ายกว่าการใช้ สาย USB และสายชาร์จรูปแบบอื่นๆ ค่อนข้างมาก ส่วนที่มีการแชร์ข่าว “สายชาร์จดูดข้อมูล” ออกไปเป็นจำนวนมากนั้น จากการพิจารณาเบื้องต้นคาดว่า ในเครื่องอาจจะมีแอปพลิเคชันที่เจ้าของดาวน์โหลดมา หลังจากนั้นแอปพลิเคชันดังกล่าวจะเข้าไปควบคุมฟังก์ชันสำหรับคนตาบอดและสั่งการให้จอดับลง จากนั้นมิจฉาชีพจึงเข้าไปยังบัญชี แอปพลิเคชันธนาคารและดำเนินการถ่ายโอนเงินโดยที่เจ้าของเครื่องไม่รู้ตัว ดังนั้น จะต้องมีการนำมือถือไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

“จุดที่มีความสุ่มเสียงในกรณีที่มีการเสียบสายชาร์จแล้วอาจจะโดนแฮกข้อมูลนั้น จะอยู่ในบริเวณสนามบิน หรือจุดชาร์จตามที่สาธารณะ แต่ยืนยันว่า มิจฉาชีพจะต้องอยู่ใกล้มากๆ จึงจะสามารถดำเนินการได้ ดังนั้นความเสี่ยงและความน่ากังวลที่มิจฉาชีพจะเข้าถึงข้อมูลผ่าน สาย USB สายชาร์จยังไม่น่ากังวลเท่ากับการดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน”เลขาธิการ สกมช. กล่าว

© 2021 thairemark.com