Sunday, 5 February 2023 - 4 : 38 am
kanda_002
OIC_001
data-no-lazy="1"
kanda_002
OIC_001

สาวพิมายปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ขายสร้างรายได้นับแสนบาท/เดือน

สาวเมืองพิมายผันตัวเองจากแม่ค้าส้มตำยึดอาชีพหลัก
ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ขาย สร้างรายได้นับแสนบาท/เดือน

โดย…ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ

แม่ค้าส้มตำชาว อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ใช้เวลาว่างปลูกผักไฮโดรโปนิกส์โดยค้นความรู้จากอินเตอร์เน็ต ลองผิดลองถูกอยู่นานจนได้ผักไฮโดรโปนิกส์ไว้รับประทานเอง ที่เหลือก็แจกจ่ายให้เพื่อนบ้าน จนกระทั่งมีคนมาขอซื้อ ตนเองก็เห็นเป็นช่องทางในการสร้างอาชีพได้ จึงปลูกจริงจังสามารถสร้างรายได้เสริมจนกลายเป็นรายได้หลักแสน

นางกษมณ นฤมิตพงษ์ อายุ 38 ปี เกษตรกรผู้ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ชาวตำบลรังกาใหญ่ อำเภอพิมาย เปิดเผยว่า เดิมทีเป็นคนชอบทานสลัดผัก แต่เนื่องด้วยในพื้นที่หาซื้อผักค่อนข้างยาก ตนเองจึงได้ทดลองปลูกโดยใช้กล่องโฟมมาทำเป็นระบบไฮโดรโปนิกส์ ซึ่งหาความรู้จากอินเตอร์เน็ต ลองผิดลองถูกอยู่นานจนได้ผักไฮโดรโปนิกส์ไว้รับประทานเอง ที่เหลือก็แจกจ่ายให้เพื่อนบ้าน จนกระทั่งมีคนมาขอซื้อ ตนเองก็เห็นเป็นช่องทางในการสร้างอาชีพได้ ประกอบกับเริ่มมีความรู้และเทคนิคในการปลูกมากยิ่งขึ้น จึงได้ซื้ออุปกรณ์มาทดลองทำโรงเรือนปลูกผักขนาดย่อม โดยใช้พื้นที่ว่างด้านหน้าบ้านจำนวน 2 งาน ลงทุนสร้างโรงเรือนและซื้ออุปกรณ์ในการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ครั้งแรกเพียง 1 แสนบาท หลังจากนั้นลงทุนปลูกผักสลัด ผักคะน้าเห็ดหอม ผักขึ้นฉ่าย ผักบุ้ง เป็นเงิน 10,000-20,000 บาท ใช้ระยะเวลาปลูกเพียง 35 วัน ก็สามารถเก็บผลผลิตออกขายได้

ปัจจุบันผักที่ปลูกในระบบไฮโดรโปนิกส์ได้รับความนิยมอย่างมาก ในฐานะผักปลอดสารพิษ และที่สำคัญผักเหล่านี้มีคุณค่าทางอาหารสูง เนื่องด้วยผักอุดมไปด้วยวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกายมากมาย ซึ่งให้ไขมันต่ำด้วย มีน้ำ มีกากใยช่วยให้ระบบขับถ่ายดี ลดการเสี่ยงเป็นโรคมะเร็ง อุดมไปด้วยสารเบต้าแคโรทีน วิตามินซี วิตามินดี รวมถึงสารประกอบที่มีประโยชน์อื่นๆ กำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น ทำให้ผักไฮโดรโปนิกส์เป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมาก สำหรับการปลูกผักในระบบไฮโดรโปนิกส์ คือการตรวจถังและเติมน้ำสะอาดลงในถังใต้โต๊ะปลูก ซึ่งสิ่งสำคัญในการปลูกผักในระบบไฮโดรโปนิกส์คือการระวังอย่าให้ผักโดนแสงแดดหรือความร้อนโดยตรง เพราะผักเหล่านี้เป็นผักที่ชอบอากาศเย็น

ถ้าโดนความร้อนจะทำให้ใบผักเหี่ยวเฉาขายไม่ได้ราคา โดยผักของที่บ้านจะขายตรงให้ผู้ซื้อกิโลกรัมละ 100 บาท ซึ่งอนาคตตนเองเตรียมที่จะขยายโรงเรือนปลูกเพิ่มอีก เนื่องจากความต้องการตลาดเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าตัว เรียกได้ว่าผักโตไม่ทันกับการเก็บขาย ทำให้มีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 80,000-100,000บาท เลยทีเดียว ใครสนใจสามารถโทรศัพท์สอบถามได้ที่เบอร์โทร 088-3503794 (คุณกษมณ).

© 2021 thairemark.com