[date_time]
68.06.09-ส่งเว็บremark-320x100px_CREai
OIC_001
data-no-lazy="1"
68.06.09-ส่งเว็บremark-320x100px_CREai
OIC_001

ปลูกพืช 57 ชนิด แล้วได้ลดภาษีที่ดิน หลังปรับราคาประเมินใหม่ขึ้นภาษี 100% ไม่ลดหย่อน

เปิดชื่อพืช 57 ชนิด ปลูกแล้วได้ลดภาษีที่ดิน หลังปรับราคาใหม่ โดยที่ดินรกร้างเก็บภาษีสูงกว่าที่เกษตรกรรม ซึ่งต้องพืช-สัตว์ ตามที่ก.การคลัง และมท.กำหนด

ในปีนี้ กระทรวงมหาดไทยจะจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในอัตรา 100% ไม่มีการลดหย่อน แต่ขยายเวลาออกไปให้อีก 2 เดือน การคิดภาษีรายปีจะคิดตามมูลค่าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง แบ่งเป็น 4 ประเภท

โดยที่น่าจับตาคือ ประเภท ที่ดินรกร้างว่างเปล่า ในกรณีเจ้าของที่ดินปล่อยร้างเป็นระยะเวลา 3 ปีติดต่อกัน ซึ่งตั้งแต่ปีที่4 จะเก็บเพิ่มในอัตรา 0.3% ทุกๆ 3 ปี แต่อัตราภาษีรวมไม่เกิน 3%

สำหรับอัตราภาษีที่ดินรกร้างว่างเปล่า มีอัตราเพดานอยู่ที่ 1.2%

-มูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท อัตราภาษี 0.3%

-มูลค่า 50-200 ล้านบาท อัตราภาษี 0.4%

-มูลค่า 200-1,000 ล้านบาท อัตราภาษี 0.5%

-มูลค่า 1,000-5,000 ล้านบาท อัตราภาษี 0.6%

-มูลค่า 5,000 ล้านบาทขึ้นไป อัตราภาษี 0.7%

จากอัตราภาษีที่เพิ่มขึ้น ทำให้ยังคงเห็นเจ้าของที่ดินนำที่ดินปรับสภาพเป็นเกษตรกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เข้าเกณฑ์ “ที่ดินเกษตรกรรม” เพื่อบรรเทาภาระภาษีให้เสียในอัตราที่ถูกลง

-มูลค่า 0- 75 ล้านบาท อัตราภาษี 0.01%

-มูลค่า 75-100 ล้านบาท อัตราภาษี 0.03%

-มูลค่า 100-500 ล้านบาท อัตราภาษี 0.05%

-มูลค่า 500-1,000 ล้านบาท อัตราภาษี 0.07%

-มูลค่า 1,000 ล้านบาทขึ้นไป อัตราภาษี 0.1%

-กรณีเป็นบุคคลธรรมดา มูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท จะได้รับการยกเว้น

อย่างไรก็ตาม การที่ภาครัฐ ได้มีการกำหนดอัตรา“ที่ดินรกร้าง”สูงกว่า“ที่ดินเกษตรกรรม”เพื่อต้องการให้เจ้าของที่ดินนำที่ดินมาใช้ประโยชน์อย่างแท้จริง แทนการปล่อยรกร้างหรือเก็บไว้เก็งกำไร

แต่การจะนำที่ดินมาพัฒนาเป็นเกษตรกรรม ต้องเป็นชนิด พืชและสัตว์ ตามหลักเกณฑ์ประกาศกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทย ที่กำหนดไว้ในท้ายประกาศ จึงจะถือว่าเป็นการใช้พื้นที่เกษตรกรรม

สำหรับชนิดพืชและอัตราขั้นต่ำการปลูกที่กำหนด ที่มีการปรับปรุงล่าสุด

1.กล้วยหอม 200 ต้น/ไร่

2.กล้วยไข่ 200 ต้น/ไร่

3.กล้วยน้ำว้า 200 ต้น/ไร่

4.กระท้อนเปรี้ยว 25 ต้น/ไร่ พันธุ์ทับทิม 25 ต้น/ไร่ พันธุ์ปุยฝ้าย 25 ต้น/ไร่

5.กาแฟ 170 ต้น/ไร่ พันธุ์โรบัสต้า 170 ต้น/ไร่ พันธุ์อราบิก้า 400 ต้น/ไร่

6.กานพลู 20 ต้น/ไร่

7.กระวาน 100 ต้น/ไร่

8.โกโก้ 150-170 ต้น/ไร่

9.ขนุน 25 ต้น/ไร่

10.เงาะ 20 ต้น/ไร่

11.จำปาดะ 25 ต้น/ไร่

12.จันทร์เทศ 25 ต้น/ไร่

13.ชมพู่ 45 ต้น/ไร่

14.ทุเรียน 20 ต้น/ไร่

15.ท้อ 45 ต้น/ไร่

16.น้อยหน่า 170 ต้น/ไร่

17.นุ่น 25 ต้น/ไร่

18.บ๊วย 45 ต้น/ไร่

19.ปาล์มน้ำมัน 22 ต้น/ไร่

20.ฝรั่ง 45 ต้น/ไร่

21.พุทรา 80 ต้น/ไร่

22.เสาวรส 400 ต้น/ไร่

23.พริกไทย 400 ต้น/ไร่

24.พลู 100 ต้น/ไร่

25.มะม่วง 20 ต้น/ไร่

26.มะพร้าวแก่ 20 ต้น/ไร่

27.มะพร้าวอ่อน 20 ต้น/ไร่

28.มะม่วงหิมพานต์ 45 ต้น/ไร่

29.มะละกอ (ยกร่อง) 100 ต้น/ไร่ (ไม่ยกร่อง) 175 ต้น/ไร่

30.มะนาว 50 ต้น/ไร่

31.มะปราง 25 ต้น/ไร่

32.มะขามเปรี้ยว 25 ต้น/ไร่

33.มะขามหวาน 25 ต้น/ไร่

34.มังคุด 16 ต้น/ไร่

35.ยางพารา 76 ต้น/ไร่

36.ลิ้นจี่ 20 ต้น/ไร่

37.ลำไย 20 ต้น/ไร่

38.ละมุด 45 ต้น/ไร่

39.ลางสาด 45 ต้น/ไร่

40.ลองกอง 45 ต้น/ไร่

41.ส้มโอ 45 ต้น/ไร่

42.ส้มโอเกลี้ยง 45 ต้น/ไร่

43.ส้มตรา 45 ต้น/ไร่

44.ส้มเขียวหวาน 45 ต้น/ไร่

45.ส้มจุก 45 ต้น/ไร่

46.สาลี่ 45 ต้น/ไร่

47.สะตอ 25 ต้น/ไร่

48.หน่อไม้ไผ่ตง 25 ต้น/ไร่

49.หมาก 100-170 ต้น/ไร่

50. หม่อน 35 ต้น/ไร่

51.องุ่น 35 ต้น/ไร่

52.แก้วมังกร 35 ต้น/ไร่

53.แอปเปิล 35 ต้น/ไร่

54.อะโวคาโด 35 ต้น/ไร่

55.อินทผลัม 35 ต้น/ไร่

56.ยูคาลิปตัส 100 ต้น/ไร่

57.พืชกลุ่มให้เนื้อไม้ 30 ต้น/ไร่

เกณฑ์เลี้ยงสัตว์ 9 ชนิด

1.โค ขนาด 7 ตารางเมตรต่อตัว เท่ากับเป็นการใช้ที่ดิน 1 ตัวต่อ 5 ไร่

2.กระบือโตเต็มวัย ขนาด 7 ตารางเมตรต่อตัว เท่ากับเป็นการใช้ที่ดิน 1 ตัวต่อ 5 ไร่

3.แพะ-แกะโตเต็มวัย ขนาด 2 ตารางเมตรต่อตัว เท่ากับเป็นการใช้ที่ดิน 1 ตัวต่อไร่

4.สุกร พ่อพันธุ์ คอกเดี่ยว ขนาด 7.5 ตารางเมตรต่อตัว แม่พันธุ์ คอกเดี่ยว ขนาด 1.5 ตารางเมตรต่อตัว สุกรอนุบาล ขนาด 0.5 ตารางเมตรต่อตัว สุกรขุน ขนาด 1.5 ตารางเมตรต่อตัว คอกคลอด ใช้พื้นที่ไม่น้อยกว่า 6 ตารางเมตรต่อตัว ซองอุ้มท้อง ใช้พื้นที่ไม่น้อยกว่า 2 ตารางเมตรต่อตัว

5.สัตว์ปีกเลี้ยงปล่อย (เป็ดและไก่) 4 ตารางเมตรต่อตัว (ตามมาตรฐานปศุสัตว์อินทรีย์)

6.กวาง 2 ไร่ต่อตัว

7.หมูป่า 5 ตารางเมตรต่อตัว (เลี้ยงในโรงเรือน) 0.25 ไร่ต่อตัว (เลี้ยงปล่อย)

8.ผึ้ง บริเวณที่มีพืชอาหารเลี้ยงผึ้ง เช่น เกสร และน้ำหวานดอกไม้ที่สมดุล กับจำนวนรังผึ้ง

9.จิ้งหรีด บริเวณพื้นที่เพียงพอและเหมาะสม กับขนาดและจำนวนบ่อ

ทั้งนี้ในกรณีการประกอบการเกษตรที่เป็นการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ให้ถือว่าการใช้ประโยชน์ในที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่มี ลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นการใช้ประโยชน์ในการประกอบการเกษตรกรรม

1.พื้นที่บ่อดิน บ่อปูน กระชังบก บ่อพลาสติก โรงเพาะฟัก หรือพื้นที่ที่ใช้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในลักษณะอื่นใด ที่ผู้ขุด ผู้สร้าง ผู้จัดทำ เจ้าของ หรือผู้ครอบครอง มีความมุ่งหมายโดยตรงที่ใช้ทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

2.ที่ดินที่เป็นพื้นที่ต่อเนื่องที่มีกิจกรรมใช้ประกอบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เช่น บ่อพักน้ำ บ่อบำบัดน้ำ คลองส่งน้ำ คลองระบายน้ำ คูน้ำ คันดินขอบบ่อ ถนน และให้รวมถึงสิ่งปลูกสร้างอื่นใด ที่ใช้ประโยชน์ เพื่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

จากการสอบถามผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจการบริหารจัดการที่ดิน ระบุว่าเจ้าของที่ดินยังนำที่ดินมาปรับพื้นที่ให้เป็นเกษตรกรรมทุกปี ตามรอบการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และในระยะหลังๆจะเป็นที่ดินแปลงขนาดใหญ่ขึ้นตั้งแต่ 15 ไร่ ขึ้นไป เนื่องจากครบเวลา 3 ปีแล้ว และปีที่ 4 ต้องจ่ายเพิ่มเท่าตัว

โดยลูกค้าที่ใช้บริการจะมีทั้งในกรุงเทพฯ จังหวัดปริมณฑลและต่างจังหวัด เช่น ชลบุรี ศรีราชา พัทยา ระยอง เป็นต้น โดยนิยมปลูก ไม้เบญจพรรณ มะม่วง มะพร้าว กล้วย นอกจากนี้ อีกปรากฏการณ์ที่เห็นคือปรับที่ดินแล้วปล่อยเช่าและขายมากขึ้น จะไม่มีเก็บไว้นานๆเหมือนที่ผ่านมา เพื่อลดภาระด้านภาษี

© 2021 thairemark.com