
ในวันที่ทั่วโลกกำลังเผชิญกับวิกฤตค่าครองชีพพุ่งสวนทางกับรายได้ไม่พอกับค่าใช้จ่ายในครัวเรือนทำให้การดำเนินชีวิตเต็มไปด้วยความยากลำบากจนนำไปสู่จุดเปลี่ยนชีวิตของใครหลายคนที่ต้องการหันมาพึ่งพาตนเองเพื่อเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นทางรอด

“โคก หนอง นา”โมเดลถือว่าเป็นแนวคิดในการออกแบบพื้นที่ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งรัชกาลที่ 10 ทรงสืบสาน รักษา และต่อยอด โดยเป็นการทำเกษตรในพื้นที่จำกัด กักเก็บน้ำไว้ทั้งบนดินและใต้ดิน แต่สามารถสร้างประโยชน์ให้เกิดขึ้นอย่างเห็นผล

ร.ต.อ.ณรงค์ศักดิ์ เหล็มรุย ข้าราชการบำนาญ เจ้าของโครงการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โคก หนอง นา บ้านมาบ หมู่ 4 ต.แม่ขรี อ.ตะโหมด จ.พัทลุง อีกหนึ่งข้าราชการวัยเกษียรเดินตามรอยในหลวง พร้อมกับบอกว่า เกษียรข้าราชการตำรวจก็ได้มาลงมือทำสวนเกษตรผสมผสานตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โคก หนอง นา

ร.ต.อ.ณรงค์ศักดิ์ บอกว่า ได้นำเนื้อที่นาจำนวน 1 ไร่ ปรับแต่งพื้นที่ขุดแก้มลิงอ่างเก็บน้ำไว้ 2-3 บ่อ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเกษตร โดยได้เอาดินยกเป็นพื้นที่สูงให้พ้นน้ำท่วมขึ้นมาประมาณ 1 เมตร และเมื่อถึงมรสุมหากเกิดน้ำท่วมแต่ไม่ได้ท่วมขังจะไหลระบายผ่านไม่ส่งผลเสียหายแต่อย่างใด

“ทำสวนเกษตรปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โคก หนอง นาพร้อมปลูกที่อยู่ขนาดเล็กได้อาศัย ทำสวนด้วยใจรัก อีกทั้งยังได้ผลผลิตแบ่งปันและเป็นของฝากแล้วที่เหลือก็ยังขายได้เงินดีด้วย”

ร.ต.อ.ณรงค์ศักดิ์ กล่าวว่า ได้เริ่มทำสวนเมื่อปี 2562 จนถึงขณะนี้ได้ให้ผลผลิตแล้วส่วนหนึ่ง โดยปลูกทุเรียนจำนวน 30 ต้น ให้ผลผลิตแล้ว 3 ต้นเป็นุร่นแรก ซึ่งทุเรียนที่ปลูกเป็นสายพันธุ์หมอนทองและแซมด้วยสายพันธุ์ก้านยาวและชะนี นอกนั้นยังแซมมีลำใยศริสตัน ละมุด มะพร้าวน้ำหอม มะนาว กระท้อน ฯลฯ และยังแซมเสริมด้วยผึ้งโพรงไทย จำนวน 10 รัง เลี้ยงตามธรรมชาติไว้ผสมเกสรดอกพืช

“สวนทำปรอดสารเคมีใช้ปุ๋ยอินทรีย์ผสมเคมี 15 15 บำรุงรักษาดูแลและยากำจัดศัตรูพืชน้ำหมัก”

รตอ.ณรงค์ศักดิ์ ยังเล่าว่า เมื่อปี 2568 ที่ผ่านมาทุเรียนรุ่นแรกได้ให้ผลผลิตจำนวน 3 ต้น ต้นละ 30-40 ลูก ล้วนได้คุณภาพได้ขนาดและได้ออกขายที่ตลาดหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้เงินสูงถึง 30,000 – 40,000 บาท

“ขณะนี้ทุเรียนต่างอยู่ในวัยหนุ่มสาวหากทุเรียนออกครบทุกต้น หากคิดเป็นตัวเงินจะมีมูลค่ามากสามารถดำรงชีพได้เฉพาะในส่วนทุเรียน ยังไม่รวมถึงมะพร้าวมน้ำหอม ลำใยคริสตัน มะนาว ละมุด กระท้อนนำผึ้งรวงธรรมชาติ ที่ปลูกและตั้งแซมไว้”

ร.ต.อ.ณรงค์ศักดิ์ เล่าว่า บ้านมาบส่วนใหญ่ แต่เดิมส่วนหนึ่งจะเป็นพื้นที่ทำนา ถัดมาเปลี่ยนจากนาเพราะเรื่องน้ำมีอุปสรรคจได้หันมาปลูกยางในนา แต่ศักยภาพยางในพื้นที่ทำนาศักยภาพคุณภาพย่อมให้ปริมาณน้อยมากจึงไม่คุ้มค่า ถัดมาได้เปลี่ยนมาทยอยปลูกปาล์มน้ำมัน เพราะจะเหมาะสมกับพื้นที่

ตอนนี้ทั้งที่ให้ผลผลิตแล้วและเพิ่งเริ่มปลูก ซึ่งบางแปลงปลูกรายใหญ่ถึง 80 ไร่ ตอนนี้ในพื้นที่ยางในนาหันมาเป็นปาล์มน้ำมันถึง 70-80 % และยังให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าด้วย

.







