
“ลุกมาน การียา”อดีตสมาชิกสภาจังหวัด เขต 3 ได้ผันตัวมาเป็นเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน โดยเริ่มทำสวนปาล์มตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ. 2564 จนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลาประมาณ 5 ปี ก้าวสู่ความสำเร็จยั่งยืนจากแนวทางการทำสวนของเขาที่ ให้ความสำคัญกับการเลือกพันธุ์ การกำหนดระยะปลูก การใส่ปุ๋ย และการดูแลรักษาสวนอย่างสม่ำเสมอ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ต้นปาล์มเจริญเติบโตแข็งแรงและสามารถให้ผลผลิตได้อย่างต่อเนื่อง

สวนปาล์มแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณเลขที่ 108 ถนนโต๊ะลือแบ อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส มีพื้นที่ปลูกประมาณ 60 ไร่ และปลูกปาล์มน้ำมันทั้งหมดประมาณ 1,200 ต้น ก่อนเริ่มปลูก นายลุกมานได้พิจารณาเลือกสายพันธุ์ที่เห็นว่าเหมาะสมและถูกใจ โดยเลือกปลูกอยู่ 2 สายพันธุ์ ได้แก่ ยังกัมบิและคาลิกซ์ 600 การปลูกปาล์มใช้ระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 9 × 9 เมตร เพื่อให้ต้นปาล์มมีพื้นที่สำหรับการเจริญเติบโต มีแสงส่องถึงอย่างเหมาะสม และสะดวกต่อการดูแลรักษา

รวมถึงการนำรถไถเข้ามาตัดหญ้าภายในสวนในช่วงปีแรก นายลุกมาน จะใส่ปุ๋ยให้ต้นปาล์มเดือนละหนึ่งครั้ง โดยใช้ปริมาณประมาณหนึ่งกำมือต่อต้นต่อครั้ง เมื่อปาล์มมีอายุครบหนึ่งปีแล้ว จะปรับระยะเวลาการใส่ปุ๋ยเป็นทุกสามเดือน และใส่ปุ๋ยประมาณหนึ่งกิโลกรัมต่อต้นต่อครั้ง การใส่ปุ๋ยจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องและปรับปริมาณตามอายุและความสมบูรณ์ของต้นปาล์ม เพื่อให้ต้นได้รับธาตุอาหารอย่างเพียงพอในแต่ละช่วงการเจริญเติบโต

เมื่อปาล์มเริ่มเข้าสู่ช่วงให้ผลผลิต จะเน้นการใส่ปุ๋ยประมาณปีละสามครั้ง โดยแบ่งระยะการใส่ปุ๋ยออกเป็นช่วง ๆ ประมาณทุกสามเดือน และใช้ปุ๋ยประมาณ 2.5 กิโลกรัมต่อต้นต่อครั้ง ทั้งนี้ มีการตั้งเป้าหมายให้ต้นปาล์มได้รับปุ๋ยรวมประมาณ 9 กิโลกรัมต่อต้นต่อปี เพื่อให้ต้นมีอาหารเพียงพอต่อการสร้างใบ การเจริญเติบโตของลำต้น และการพัฒนาทะลายปาล์มปุ๋ยที่ใช้เป็นหลัก ได้แก่ ปุ๋ยสูตร 15-15-47-35

นอกจากนี้ ยังมีการเสริมธาตุอาหารรองและธาตุอาหารเสริม ได้แก่ แมกนีเซียมและโบรอน โดยแมกนีเซียมจะใส่ในปริมาณไม่มาก ประมาณ 1 กิโลกรัมต่อต้น เพื่อช่วยส่งเสริมการขยายตัวของลำต้นและทำให้ใบมีสีเขียวแข็งแรง ส่วนโบรอนจะใส่ประมาณ 100 กรัมต่อต้น ปีละหนึ่งครั้ง เพื่อช่วยบำรุงใบและส่งเสริมกระบวนการสังเคราะห์แสงของต้นปาล์ม หากต้นปาล์มไม่ได้รับธาตุอาหารอย่างเพียงพอ อาจสังเกตเห็นก้านหรือใบมีสีเหลือง ซึ่งเป็นสัญญาณว่าต้นอาจขาดธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต

สำหรับวิธีการใส่ปุ๋ย นายลุกมานจะไม่หว่านปุ๋ยชิดโคนต้น แต่จะเว้นระยะห่างจากโคนปาล์มประมาณครึ่งหนึ่งของความยาวใบ หรือบริเวณแนวรัศมีของทรงพุ่ม เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่มีรากฝอยอยู่เป็นจำนวนมาก รากฝอยจะช่วยดูดซึมธาตุอาหารจากปุ๋ยได้อย่างมีประสิทธิภาพ การใส่ปุ๋ยในตำแหน่งที่เหมาะสมยังช่วยลดการสูญเสียของปุ๋ย และลดความเสี่ยงที่ปุ๋ยจะกระทบต่อโคนต้นโดยตรง

นอกจากการใส่ปุ๋ยแล้ว การจัดการวัชพืชก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของต้นปาล์ม นายลุกมานเน้นการดูแลสวนด้วยความขยันและละเอียด โดยใช้รถไถเข้ามาตัดหญ้าและกำจัดวัชพืชเป็นหลัก ไม่เน้นการพ่นยาและไม่เน้นการใช้สารเคมี แต่เลือกใช้วิธีตัดวัชพืชเพื่อช่วยลดการแข่งขันในการแย่งน้ำและธาตุอาหารระหว่างวัชพืชกับต้นปาล์ม แนวทางดังกล่าวยังช่วยลดการพึ่งพาสารเคมีและช่วยควบคุมต้นทุนในการดูแลสวน

ต้นปาล์มในสวนจะเริ่มออกผลเมื่อมีอายุประมาณ 3 ปี แต่ในระยะแรกยังไม่เริ่มเก็บเกี่ยว โดยปล่อยให้ต้นสะสมความสมบูรณ์และเจริญเติบโตต่อไปก่อน จากนั้นจึงเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตอย่างจริงจังเมื่อปาล์มมีอายุประมาณ 4 ปี ในช่วงเริ่มต้นของการให้ผลผลิต สามารถเก็บเกี่ยวผลปาล์มได้ประมาณ 400–500 กิโลกรัมต่อครั้ง

เมื่อปาล์มมีอายุประมาณ 5 ปี ผลผลิตจะเริ่มเพิ่มขึ้นและสามารถเก็บเกี่ยวได้ประมาณทุก 15 วัน โดยในแต่ละรอบจะได้ผลผลิตประมาณ 2 ตัน หรือคิดเป็นผลผลิตเฉลี่ยประมาณ 4 ตันต่อเดือน ปริมาณผลผลิตดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพอากาศ ปริมาณน้ำฝน ความสมบูรณ์ของต้นปาล์ม การใส่ปุ๋ย และการดูแลรักษาสวนในแต่ละช่วงเวลา

จากประสบการณ์ของนายลุกมาน การียา การปลูกปาล์มน้ำมันให้ประสบความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับการปลูกเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการดูแลอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ตั้งแต่การเลือกพันธุ์ที่เหมาะสม การกำหนดระยะปลูกให้เพียงพอต่อการเจริญเติบโต การใส่ปุ๋ยให้ตรงตามช่วงอายุ การเสริมธาตุอาหารที่จำเป็น การวางปุ๋ยให้เหมาะสมกับบริเวณรากฝอย

ตลอดจนการกำจัดวัชพืชอย่างสม่ำเสมอ หากเกษตรกรมีความขยัน เอาใจใส่ และปรับวิธีการดูแลให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ของตนเอง ก็จะช่วยให้ต้นปาล์มแข็งแรงและมีโอกาสให้ผลผลิตได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน.

โดย….แวดาโอ๊ะ หะไร/อัสมา บินมะนุ จ.นราธิวาส

.







