
กองบังคับการตำรวจทางหลวง ร่วมกับศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) และตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เดินหน้าขยายผลกวาดล้างขบวนการสแกมเมอร์ข้ามชาติในปฏิบัติการ “Highway Scam Hunter EP4” สามารถจับกุมผู้ต้องหาในเครือข่ายได้แล้วรวม 26 ราย พร้อมสะกัดกั้นเงินหมุนเวียนเวียนในระบบที่สร้างความเสียหายรวมกว่า 4,000 ล้านบาท

ปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากคดีหลอกลวงข้าราชการบำนาญสูญเงิน 1.4 ล้านบาท เบาะแสลุยทลายเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การปิดคอกม้าฝั่งไทย การแกะรอยฟอกเงินผ่านแอปเทรดหุ้น จนกระทั่งรวบตัว “นายเฟรม” และขยายผลถึง “อาเทา” กับ “เหลาฉง” ผู้ต้องหาชาวจีนตัวการใหญ่ รวมถึง “ร.ต.อ.นพ โสเปรียะ” เจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชา โดยขบวนการนี้มีการแบ่งหน้าที่อย่างเป็นระบบ ทั้งฝ่ายคอลเซ็นเตอร์ที่หลอกเหยื่อ และฝ่ายฟอกเงินที่นำเงินสด ทองคำ หรือเงินโอนเข้าบัญชีม้าปอยเปต ไปกว้านซื้อเหรียญคริปโทเคอร์เรนซี USDT นอกระบบเพื่อส่งกลับไปยังต้นทาง

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ปิดล้อมบ้านพักในจังหวัดเชียงใหม่ รวบตัว “อาเว่ย” (นายเว่ย หวง) ผู้ต้องหาชาวจีนรายสำคัญ ซึ่งทำหน้าที่เป็นนายทุนและผู้ 공급เหรียญ USDT ให้กับกลุ่มอาเทา โดยจากการตรวจสอบพบเส้นทางการเงินของอาเว่ยเชื่อมโยงกับคดีหลอกออนไลน์มากกว่า 16 คดี และมีมูลค่าธุรกรรมคริปโทฯ หมุนเวียนสูงถึง 7.2 ล้าน USDT หรือกว่า 238 ล้านบาท พร้อมตรวจยึดของกลางเงินสด อายัดเงินในบัญชี รถกระบะหรู Ford Ranger Raptor และนาฬิกา Audemars Piguet เพื่อส่งต่อให้ ปปง. ขยายผลยึดทรัพย์ต่อไป

นอกจากนี้ การกดดันปราบปรามอย่างหนักตามแนวชายแดนภาคตะวันออก ยังส่งผลให้กลุ่มสแกมเมอร์พยายามดิ้นรนย้ายฐานไปตั้งศูนย์ปฏิบัติการใหม่ทางชายแดนภาคใต้ โดยตำรวจทางหลวงได้สกัดจับรถขนคนต่างด้าวบนทางหลวงหมายเลข 41 รวม 3 คดี รวบผู้ต้องหาได้อีก 21 ราย (ไทย 4, จีน 15, มาเลเซีย 2) พร้อมยึดโทรศัพท์มือถือกว่า 150 เครื่อง ซึ่งพบว่ามีชาวจีนอย่างน้อย 2 รายเป็นบุคคลที่ทางการจีนต้องการตัวในคดีฉ้อโกงออนไลน์ การจับกุมระลอกนี้จึงถือเป็นการสกัดกั้นการย้ายฐานและตัดเส้นทางลำเลียงของขบวนการได้อย่างทันท่วงที ซึ่งหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะเดินหน้าขยายผลผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อไป








