
“ไข่แพง-คนซื้อน้อย” ร้านค้าชุมชนโคราชสะท้อนความอึดอัด หลังราคาไข่ไก่หน้าฟาร์มขึ้นเป็นแผงละ 120 บาท ท่ามกลางเศรษฐกิจซบเซา ลูกค้าหมู่บ้านลดจำนวนการซื้อเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย วอนรัฐเร่งหาทางลดต้นทุนและดูแลราคา

สถานการณ์ราคาไข่ไก่ที่ขยับตัวสูงขึ้นอีกระลอก หลังเครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ประกาศปรับราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มเพิ่มขึ้นอีกฟองละ 20 สตางค์ มาอยู่ที่ ฟองละ 4.00 บาท หรือเพิ่มขึ้นแผงละ 6 บาท ส่งผลให้ราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มอยู่ที่ประมาณ แผงละ 120 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม 2569 เป็นต้นมา
การปรับราคาครั้งนี้มีสาเหตุสำคัญจากสภาพอากาศร้อนจัดและแปรปรวน ส่งผลให้แม่ไก่ออกไข่ลดลง ปริมาณผลผลิตเข้าสู่ตลาดน้อยลง ขณะเดียวกันเกษตรกรยังต้องแบกรับภาระต้นทุน ทั้งค่าอาหารสัตว์และค่าเลี้ยงดูที่อยู่ในระดับสูง จึงกลายเป็นแรงกดดันให้ราคาไข่ไก่ต้องขยับขึ้นตามต้นทุน

ผลกระทบเริ่มส่งตรงถึงกระเป๋าผู้บริโภค โดยเฉพาะราคาไข่ไก่ขายปลีกตามห้างสรรพสินค้าและร้านค้ารายย่อย ซึ่งไข่ไก่บรรจุแพ็ก 10 ฟอง มีราคาจำหน่ายเริ่มต้นประมาณ 63-92 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดและยี่ห้อ นับเป็นอีกหนึ่งภาระค่าครองชีพของประชาชนในช่วงที่กำลังซื้อยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
ขณะที่บรรยากาศตามร้านค้ารายย่อยใน จ.นครราชสีมา ก็ได้รับแรงกระแทกจากราคาไข่ไก่ที่เพิ่มสูงขึ้นไม่แพ้กัน โดยที่ ร้านเจริญศรีฟาร์ม ริมถนนสาย 201 สีคิ้ว-ด่านขุนทด ต.กุดน้อย อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ได้ปรับราคาจำหน่ายไข่ไก่ตามต้นทุนหน้าฟาร์มแล้ว
นายรัชชานนท์ เมงขุนทด อายุ 22 ปี พนักงานประจำร้านเจริญศรีฟาร์ม เปิดเผยว่า ล่าสุดทางฟาร์มได้ปรับราคาไข่ไก่ขึ้นมาอยู่ที่ฟองละ 4 บาท ขณะที่ไข่เป็ดยังคงจำหน่ายในราคาฟองละ 4.50 บาท หากซื้อยกแผงที่หน้าฟาร์ม ไข่ไก่อยู่ที่ แผงละ 120 บาท ส่วนไข่เป็ดอยู่ที่ แผงละ 130 บาท

นายรัชชานนท์ กล่าวว่า สาเหตุที่ราคาไข่ไก่ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากได้รับแจ้งจากเครือข่ายผู้เลี้ยงไก่ไข่ว่า สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงส่งผลให้แม่ไก่ออกไข่น้อยลง ปริมาณไข่ไก่ในตลาดจึงลดลงอย่างมาก จนนำไปสู่การปรับราคาหน้าฟาร์ม
เมื่อราคาต้นทางขยับขึ้น ร้านค้าก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องปรับราคาขายตาม โดยร้านเจริญศรีฟาร์มซึ่งมีทั้งหมด 4 สาขา จำเป็นต้องปรับราคาเพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่เพียงราคาไข่ที่แพงขึ้น แต่ยังซ้ำเติมกำลังซื้อของประชาชนในชุมชนที่อยู่ในภาวะซบเซา โดยนายรัชชานนท์สะท้อนว่า เศรษฐกิจขณะนี้ยังไม่ดี ประชาชนมีเงินจับจ่ายน้อยลง ลูกค้าตามหมู่บ้านและชุมชนที่เคยมาซื้อไข่ไก่หรือไข่เป็ดจากร้าน ต่างลดปริมาณการซื้อลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะต้องประหยัดค่าใช้จ่ายหลังราคาไข่ปรับตัวสูงขึ้น

สถานการณ์ดังกล่าวจึงกลายเป็นภาพสะท้อนของปัญหา “ต้นทุนแพง-ของแพง-กำลังซื้อหด” ที่กระทบตั้งแต่ผู้เลี้ยง ร้านค้า ไปจนถึงผู้บริโภค โดยเฉพาะครัวเรือนที่ต้องพึ่งพาไข่ไก่เป็นอาหารพื้นฐานราคาประหยัดในชีวิตประจำวัน
นายรัชชานนท์จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลสถานการณ์ รวมถึงหามาตรการช่วยควบคุมหรือลดต้นทุน เพื่อให้ราคาไข่ไก่หน้าฟาร์มสามารถปรับลดลงได้ ช่วยให้ประชาชนซื้อไข่ไปบริโภคในครัวเรือนได้มากขึ้น ขณะเดียวกันยังช่วยกระตุ้นให้เงินหมุนเวียนภายในร้านค้าและชุมชนเพิ่มขึ้นด้วย
ข่าว/ภาพ : ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครราชสีมา







