
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ทลายแหล่งจำหน่ายยารักษาสัตว์ (แมว) เถื่อนยี่ห้อดังในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ใส่กล่องเครื่องสำอางระบุ “PEAK LABS HYDRASKIN” ตบตาเจ้าหน้าที่ ส่งขายออนไลน์ ตรวจยึดของกลางรวม 13 รายการ จำนวน 622 ชิ้น มูลค่ากว่า 1,000,000 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดตรวจค้น พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. และ เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

พฤติการณ์กล่าวคือ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ อย. ให้ตรวจสอบการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์ ยี่ห้อ “Basmi FIB Thailand” ซึ่งมีการโฆษณาผ่านเว็บไซต์ https://www.basmifipthailand.com ว่าเป็นยาต้านไวรัสสำหรับรักษาโรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมว (FIP) พร้อมกล่าวอ้างว่าสามารถรักษาโรคได้ถึง 97%

จากการตรวจสอบพบว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นยาสำหรับฉีด ไม่มีเลขทะเบียน อย. โดยแอบบรรจุในกล่องที่ระบุว่าเป็นผลิตภัณฑ์สกินแคร์ (Skincare) เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ จึงได้สืบสวนขยายผลจนทราบสถานที่จัดเก็บและกระจายสินค้า

ต่อมาเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ อย. นำหมายค้นของศาลแขวงพระนครเหนือ เข้าตรวจค้นอาคารแห่งหนึ่งในพื้นที่แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร
พบ นายสหรัฐ (สงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี แสดงตนเป็นเจ้าของสถานที่และนำการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ตรวจยึดผลิตภัณฑ์ของกลาง ดังนี้

1. ยาสัตว์ไม่ขึ้นทะเบียนตำรับยา บรรจุในกล่องฉลากระบุ “PEAK LABS HYDRASKIN”
พร้อมขาย ขนาดต่าง ๆ ได้แก่ ขนาด 15 มล., 20 มล., และ 30 มล. รวมจำนวน 245 กล่อง
2. ยาสัตว์ไม่ขึ้นทะเบียนตำรับยา ยี่ห้อ Pretty Cats บรรจุในซองชนิดต่าง ๆ รวมจำนวน 256 ซอง
3. อาหารสัตว์ไม่ขึ้นทะเบียน ยี่ห้อ Liver Rx ชนิดต่าง ๆ รวมจำนวน 121 กระปุก
รวมตรวจยึดของกลางเป็นยาสัตว์ไม่ขึ้นทะเบียนตำรับยา จำนวน 622 ชิ้น มูลค่ากว่า 1,000,000 บาท

จากการสอบถาม นายสหรัฐ (สงวนนามสกุล) ให้การว่า เมื่อ 2 ปีก่อน มีหญิงชาวไทยมาติดต่อจ้างให้แพ็คสินค้าส่งลูกค้าสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ โดยแจ้งว่า เป็นยาสำหรับแมวที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ ซึ่งสินค้าทั้งหมดถูกส่งมาจากท่าเรือแหลมฉบัง ก่อนนำมาเก็บและจัดส่งตามคำสั่งซื้อที่หญิงคนดังกล่าวส่งให้ มียอดขายเดือนละประมาณ 300 ชิ้น

เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ. 2510
1. ฐาน “ผลิต ขาย หรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งยาแผนปัจจุบัน เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากผู้อนุญาต” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท
2. ฐาน “ผลิต ขาย ยาที่ต้องขึ้นทะเบียนแต่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยาไว้” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ภญ. สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า ปัญหายาสัตว์ปลอมหรือยาสัตว์ที่ไม่ขึ้นทะเบียนตำรับยามีแพร่ระบาดเป็นระยะ โดยผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้ และมักผลิตในสถานที่ที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีระบบควบคุมคุณภาพ จึงไม่อาจรับประกันได้ทั้งประสิทธิภาพในการรักษาและความปลอดภัยต่อสัตว์เลี้ยง นอกจากนี้ ผู้ลักลอบจำหน่ายมักโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณเกินจริงเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ

และจำหน่ายในราคาสูง ทำให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงหลงเชื่อและสูญเสียโอกาสในการเข้าถึงการรักษาที่ถูกต้อง ซึ่งทาง อย. ไม่ได้นิ่งนอนใจ มีกลไกในการเฝ้าระวังการขายยาตามสื่อต่าง ๆ และมีเครือข่ายความร่วมมือกับกรมปศุสัตว์ และ บก.ปคบ. โดยครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ กก.4 บก.ปคบ. ได้สืบหาเบาะแสแหล่งที่มาของยาสัตว์ไม่มีทะเบียน และได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ อย. และกรมปศุสัตว์ เข้าตรวจสถานที่ต้องสงสัย นำมาสู่การยึดของกลางจำนวนมาก

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวว่า ขอกล่าวฝากความห่วงใยถึงพี่น้องประชาชนในการซื้อยาสำหรับสัตว์เลี้ยงมาใช้ ให้ตรวจสอบการได้รับอนุญาตจาก อย. และซื้อกับแหล่งจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ ปฏิบัติการในครั้งนี้ เป็นการกวาดล้างผู้ฉวยโอกาสบนความเมตตาของประชาชนต่อสัตว์เลี้ยง โดยกลุ่มผู้กระทำผิด นำความรักและความห่วงใยของ “ทาสแมว” มาใช้เป็นเครื่องมือหาผลประโยชน์ส่วนตนผ่านการลักลอบผลิตจำหน่ายยาเถื่อนที่ไร้มาตรฐาน ซึ่งการกระทำดังกล่าวนอกจากเป็นการทำผิดกฎหมายแล้ว ยังเป็นการทารุณกรรมสัตว์ทางอ้อมที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของสัตว์ที่เจ็บป่วย ที่เจ้าของหวังผลให้หายจากการเจ็บป่วย

นอกจากไม่หาย ยังเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยเพิ่มขึ้นจากการรับประทานยาที่ไม่ได้มาตรฐานไม่ทราบถึงกระบวนการและแหล่งผลิตที่ชัดเจน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะกวาดล้าง และดำเนินคดีอย่างถึงที่สุดเพื่อสร้างบรรทัดฐานความปลอดภัยและปกป้องคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับสินค้าและบริการที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน ทั้งนี้ประชาชนทั่วไปหากพบเห็นการกระทำความผิด สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วน ปคบ. 1135 หรือเพจ ปคบ. เตือนภัยผู้บริโภค







