
กมธ.ศาสนาฯ ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดเสวนาวิชาการ “ผ้าไทย สืบสานพระราชปณิธาน มรดกภูมิปัญญาไทย” จัดนิทรรศการผ้าไทย มรดกภูมิปัญญาไทย ต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมสู่การพัฒนาร่วมสมัย

นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา
เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 เวลา 13.20 นาฬิกา ณ บริเวณห้องโถง หน้าห้องประชุม B1 ชั้น B1 อาคารรัฐสภา คณะกรรมาธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะ และวัฒนธรรม วุฒิสภา ร่วมกับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย และคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จัดเสวนาวิชาการเรื่อง “ผ้าไทย สืบสานพระราชปณิธาน มรดกภูมิปัญญาไทย” โดยมี นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานเปิดงาน มีนางเอมอร ศรีกงพาน ประธานคณะกรรมาธิการฯ กล่าวต้อนรับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์วราวุธ ตีระนันทน์ รองประธานคณะกรรมาธิการฯ
เเละผู้ช่วยศาสตราจารย์วราวุธ ตีระนันทน์ รองประธานคณะกรรมาธิการฯ และประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านศาสนา คุณธรรม จริยธรรม กล่าวรายงาน พร้อมด้วยสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นางปัณณิตา สท้านไตรภพ เลขาธิการวุฒิสภา,ผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องด้านวัฒนธรรม เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และสิ่งทอ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ และสมาคมวิชาชีพ เครือข่ายชุมชน ช่างทอผ้า และผู้สืบทอดภูมิปัญญา สถาบันการศึกษา นักออกแบบ และนักวิชาการ นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมงาาน

นางปัณณิตา สท้านไตรภพ เลขาธิการวุฒิสภา
นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า ผ้าไทยถือเป็นเอกลักษณ์ประจำชาชาติของไทย และเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงความวิจิตรประณีต ภูมิปัญญา วิถีชีวิต และอัตลักษณ์ของคนไทยที่สั่งสมสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ความงดงามของผืนผ้าแต่ละผืนไม่ได้เกิดจากทักษะเชิงช่างเพียงอย่างเดียว หากแต่ยังเป็นผลผลิตของภูมิปัญญา ความเชื่อ และวิถีชีวิตที่หล่อหลอมอยู่ในสังคมไทยคุณค่าและความเข้มแข็งของผ้าไทยในปัจจุบันเกิดขึ้นจากพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ผู้ทรงเห็นคุณค่าของภูมิปัญญาไทยและศิลปหัตกรรมพื้นบ้านและพระองค์เชื่อว่ามนุษย์สามารถที่จะพัฒนาได้ ทรงส่งเสริมให้ประชาชนในชนบทได้สืบทอดภูมิปัญญาการทอผ้า สร้างอาชีพสร้างรายได้และรักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของแต่ละท้องถิ่นไว้ได้อย่างมั่นคง พระราชกรณียกิจ และพระวิริยะอุตสาหะของพระองค์ จึงนับเป็นรากฐานสำคัญของการอนุรักษ์และพัฒนาผ้าไทยให้ดำรงคุณค่าอยู่คู่สังคมไทยและเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ

ภายในงานมีการแสดงดนตรีขลุ่ยจากนายธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ศิลปินแห่งชาติ การแสดงศาสตร์ศิลป์ถิ่นสยาม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม การแสดง 4 ภาค โดยสมาคมเยาวชนจิตอาสาพัฒนา การแสดงชุดแสงแห่งแผ่นดิน โดยโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ บดินทรเดชา และการเสวนาเชิงปฏิบัติการด้านการเรียนรู้ การจัดนิทรรศการ เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และส่งเสริมการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับผ้าไทย มรดกภูมิปัญญาไทย

การต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมสู่การพัฒนาร่วมสมัย ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ การสาธิต การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการฝึกปฏิบัติ จากหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ประกอบการด้านผ้าไทย ประกอบด้วย นิทรรศการการเรียนรู้ชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ (สำหรับสุภาพสตรี) และชุดไทยพระราชทาน 3 แบบ (สำหรับสุภาพบุรุษ) นิทรรศการถ่ายทอดองค์ความรู้และต่อยอดภูมิปัญญาผ้าไทย สู่การพัฒนาร่วมสมัย โดยถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับพระกรณียกิจของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา

ในการสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยจัดแสดงลายผ้าพระราชทานประจำปี 2569 ได้แก่ “ลายบุปผาบรมราชินีนาถ” ลายผ้าพระราชทานที่เกี่ยวเนื่องกับการเฉลิมพระเกียรติ รวมทั้งชุดผ้าไทยที่ใช้ในการแสดงในงาน Silk Festival เพื่อสะท้อนการประยุกต์ใช้ผ้าไทยในบริบทร่วมสมัย รวมถึงการนำเสนอวีดิทัศน์ในโอกาสที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จลงพื้นที่เพื่อให้คำปรึกษาและฝึกอบรมแก่ผู้ประกอบการผ้าไทยใน 4 ภูมิภาค

นิทรรศการการเรียนรู้ด้านนวัตกรรมและการออกแบบผ้าไทยร่วมสมัย นิทรรศการโครงการ “1 จังหวัด 1 เมนูเชิดชูอาหารถิ่น รสชาติ ที่หายไป (The Lost Taste)” นิทรรศการการเรียนรู้ด้านนวัตกรรมสิ่งทอและผ้าไทยรักษ์โลก นิทรรศการการถ่ายทอดเทคโนโลยี นิทรรศการสาธิตอาหารไทยโบราณและมรดกภูมิปัญญาอาหารไทย นิทรรศการเสริมสร้างประสบการณ์ผ้าไทยร่วมสมัยผ่านการแต่งกายและการถ่ายภาพ นิทรรศการภาพวาดอาคารสัปปายะสภาสถาน

โดยผู้เข้าร่วมเสวนาได้เรียนรู้งานทัศนศิลป์ที่เกิดจากการสร้างสรรค์ของนักเรียน นิสิต นักศึกษา สะท้อนสุนทรียะของอาคารสัปปายะสภาสถาน และกิจกรรม DIY “Dress UP Thai Fabric Dolls” ของกลุ่มหัตถกรรมไทย บ้านภู อีกด้วย

.







