[date_time]
69.01.26-Thairemark02_CRE
OIC_001
data-no-lazy="1"
69.01.26-Thairemark02_CRE
OIC_001

“ปาล์มน้ำมัน”พืชเศรษฐกิจขยับ 8 บาท แนวโน้มพุ่งหลังรัฐบาลมีนโยบายพลังงานไบโอดีเซล

“ปาล์มน้ำมัน” พืชเศรษฐกิจ พุ่งขึ้น 8 บาท แนวโน้มยังปรับต่อจากหันมาใช้เป็นพลังงานเชื้อเพลิง ระบุโอกาสทอง “พลังงานไทย” แก้กฎหมายนำพืชมาเป็นพลังงาน ลดความเสี่ยงพลังงานโลกวิกฤต  โรงกลั่นน้ำมัน ก๊าซ ตะวันออกกลางพังกว่าสร้างเสร็จ

นายโอภาส หนูชิต สมาชิกสภาเกษตรจังหวัดพัทลุง เจ้าของสวนปาล์มน้ำมันและอดีตประธานชุมนุมสหกรณ์ปาล์มน้ำมันจังหวัดพัทลุง จำกัด เปิดเผยว่า การที่รัฐบาลมีนโยบายพลังงานไบโอดีเซลโดยการนำพืชปาล์มน้ำมันโดยการเปิดปิดปั้มน้ำมันตั้งแต่เวลา 20.00 – 05.00 น. เวลากลางคืนโดยขายน้ำมันเฉพาะ B 20 และ E20 จะส่งผลดีต่อภาพรวมและเกษตรกรสวนปาล์มน้ำมันจะเสถียรและมีราคาที่ดี ซึ่งปัจจุบันซึ่งได้ราคาดีมากที่ประมาณ 8 บาท / กก.

“สำหรับตนขณะนี้ยังใช้น้ำมัน B7ก็ใช้ได้ดี และอดีตตนก็เคนใช้น้ำมัน B 100 กับรถกะบะฟอร์ตใช้ได้ดี” นายโอภาส กล่าว และว่าปาล์มน้ำมันที่ผ่านมากลุ่มสหกรณ์ในภาคใต้ จ.ตรัง จ.กระบี่ ต่างลงทุนแปรรูปปาล์มน้ำมันเป็นไบโอดีเซลผลิต B7 B10 B20 และ B100 เปิดปั้มใช้บริการกันเองคนละ1 ล้านบาท แต่ปรากฏว่าเกิดปัญหาเรื่องกฎหมาย จึงไม่สามารถนำพืชมาแปรรูปเป็นพลังงานเชื้อเพลิงได้

และในโอกาสเกิดวิกฤติพลังงานเพราะสงครามกลุ่มประเทศตะวันออกกลางโรงกลั่นน้ำมัน โรงก๊าซ ต่างประเทศได้รับความเสียหายมากพลังงานน้ำมัน ก๊าซ จึงหายไปจำนวนมาก และกว่าโรงกลั่นนจะซ่อมหรือสร้างใหม่แล้วเสร็จจะใช้เวลาระยะยาวจะเกิดผลกระทบ จึงได้โอกาสที่รัฐบาลจะต้องดำเนินการทันทีแก้ไขหรือยกร่างกฎหมายพระราชบัญญัติให้นำน้ำมันพืชแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงและบังคับใช้

“จะเป็นโอกาสทองของประเทศไทยด้านพลังงานพึ่งพาตนเองได้ซึ่งจะเกิดความมั่นคงทางด้านพลังงาน คนที่มีความสามารถเรื่องนี้ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน”

นายโอภาส กล่าวว่า ไทยมีความทั้งหมดสวนปาล์มน้ำมัน แรงงานเกษตรกร การแปรรูปได้ทันที ในกลุ่มปาล์มน้ำมัน กลุ่มสหกรณ์ ฯลฯ ซึ่งก่อนนั้นได้ดำเนินการมาแล้ว ที่ จ.ตรัง และ จ.กระบี่

นายทศพล ขวัญรอด ประธานภาคีเครือข่ายชาวสวนยางพาราและปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย (คยปท.) เปิดเผยว่า ปาล์มน้ำมันปัจจุบันราคายังเป็นมูลจูงใจได้มีการขยายตัวปลูกเพิ่มขึ้นจนพื้นที่ทำนาข้าวเหลือน้อยในพื้นที่ลุ่มน้ำอ่าวปากพนัง ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา จ.นครศรีธรรมราช ตั้งแต่ อ.ชะอวด อ.ปากพนัง และ อ.หัวไทย รอยต่อ อ.ควนขนุน อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง

โดยเฉลี่ยแต่ละอำเภอ ประมาณเกิน 100,000 ไร่ เนื่องจากเป็นแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์ ซึ่งปาล์มน้ำมันเป็นพืชอยู่ได้กับน้ำทุกประเภท และอยู่ได้กับน้ำท่วมนาน พื้นที่นาข้าวจะกลายเป็นสวนปาล์มน้ำมันบางจุดถึง 90 %

นายทศพล กล่าวอีกว่า ราคาปาล์มน้ำมันเสถียรตั้งแต่ปี 2561 ปัจจัยไม่มีการนำเข้าน้ำมันปาล์ม และปาล์มน้ำมันได้ทั้งบริโภคอุปโภคและที่สำคัญคือแปรรูปผลิตเป็นไบโอดีเซลพลังงาน

นายสมศักดิ์ พานิช เจ้าของสวนปาล์มน้ำมันและลานรับซื้อปาล์มน้ำมันรายใหญ่ อ.ระโนด จ.สงขลา เปิดเผยว่า  ตลาดปาล์มน้ำมันทางด้านราคาขึ้นอยู่กับกลไกการตลาด ทั้งการเมืองภายในและภายนอก เช่นค่าเงินบาท  สถานการณ์สงคราม  เช่น เช่น สมัยเริ่มต้นสงครามรัสเซีย ยูเครน ประเทศอินโดนีเซีย ผู้ผลิตปาล์มน้ำมันอันดับ 1 ของโลกออกมาตรการห้ามส่งออกปาล์มน้ำมัน ฯลฯ  ราคาจึงปรับตัวสูงขึ้นมากและในระยะนี้ปาล์มน้ำมันราคาได้ปรับตัวที่ 7.50 บาท / กก. และมาวันนี้ราคาประมาณ 8 บาท / กก.โดยราคาเสถียรมาร่วม 5-7 ปี

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า จ.สงขลา ปาล์มน้ำมันมีเปอร์เซ็นต์ดีสูงบางฤดูถึง 28 % แต่ตามปกติประมาณ  22 % และการลงทุนปลุกปาล์มน้ำมันยังมีทิศทางเชิงบวกโดย จ.สงขลา จ.นครศรีธรรมราช ได้มีการปรับปรุงนากุ้ง บ่อกุ้งร้างอดีตเคยเป็นเศรษฐกิจที่มีการขยายตัวมาก

“เฉพาะ จ.สงขลา คาบสมุทรสทิงพระและรอบทะเลสาบสงขลามีกว่า 30,000 ไร่ โดยจะมีการปรับปรุงพื้นที่ขุดยกร่องทำเป็นสวนปาล์มน้ำมัน และที่ จ.นครศรีธรรมราช ลุ่มน้ำอ่าวปากพนัง และรอยต่อลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาอีกหลายหมื่นไร่ด้วย ซึ่งเกิดผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจเป็นจำนวนมาก”

เจ้าของบริษัทผู้ประกอบการสินค้าทางด้านการเกษตร อ.ระโนด จ.สงขลา เปิดเผยว่า พื้นที่ทำนาข้าวรายใหญ่ภาคใต้ตั้งแต่ จ.นครศรีธรรมราช จ.สงขลา และ จ.พัทลุง เป็นพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาและลุ่มน้ำอ่าวปากพนังเหมาสมกับทำสวนปาล์มน้ำมัน จนที่ดินคาบสมุทรสทิงพระที่เคยเคลื่อนไหว 200,000 – 250,000 บาท / ไร่ ได้ปรับตัวขึ้นเป็น 300,000 บาท / ไร่  และหากปลูกปาล์มน้ำมันได้รับผลผลิตแล้ว ราคาปรับตัวถึง 400,000 บาท / ไร่ สำหรับในบางจุด”

.

© 2021 thairemark.com