
กองปราบบุกรวบอดีตเจ้าหน้าที่รัฐอุปโลกน์ “โครงการทิพย์” หลอกกินเงินค่านายหน้าบริษัทรับเหมา 17 แห่ง รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 358 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 27 เม.ย.2569 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.สั่งการ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป.พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ต.ธีรเดช อรุณนพรัตน์ สว.กก.1 บก.ป. นำกำลังจับกุม นายวสุฯ ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ที่ จ.8/2569 ลงวันที่ 21 เม.ย.69 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงและร่วมกันปลอมและใช้เอกสารราชการปลอมเป็นเจ้าพนักงานของรัฐละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อแสวงหาประโยชน์โดยชอบฯ ” ได้บริเวณหน้าร้านอาหาร ถ.สุขุมวิท ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง

สืบเนื่องจากเมื่อเดือนมีนาคม 2568 กลุ่มผู้ต้องหาได้เข้าไปตีสนิทกับบริษัทรับเหมาขนาดใหญ่ โดยอ้างว่ามีโครงการที่ผู้รับจ้างทิ้งงานจำนวน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการระบบพลังงานทางเลือก (Solar) และ โครงการติดตั้งระบบไฟฟ้าแรงต่ำและสถานีอัดประจุไฟฟ้า (EV) รวมมูลค่ากว่า 32 ล้านบาท จากนั้นได้เสนอตัวเป็นนายหน้านำโครงการดังกล่าวมาให้บริษัทผู้เสียหายรับช่วงต่อ แต่มีข้อแม้ว่าต้องจ่าย ค่าดำเนินการ จำนวน 6 ล้านบาท
ต่อมาผู้ต้องหาได้นัดหมายให้ตัวแทนบริษัทเข้าไปที่สำนักงานใหญ่ ย่านบางซื่อ โดยจัดฉากให้พบกับ นายวสุ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ นายวสุ ได้อาศัยเครื่องแบบ และตำแหน่งหน้าที่นำเอกสารสัญญาจ้างที่ปลอมขึ้นมาทั้งฉบับมาให้ผู้เสียหายลงนาม ก่อนจะนัดหมายส่งมอบสัญญาที่อ้างว่าผู้บริหารระดับสูงเซ็นอนุมัติแล้ว ในช่วงเย็นของวันเดียวกัน เมื่อผู้เสียหายเห็นลายเซ็นผู้บริหารและตราประทับ จึงหลงเชื่อสนิทใจ และยอมส่งมอบเงินสดจำนวน 6 ล้านบาทให้กับผู้ต้องหา

เมื่อผู้เสียหายส่งมอบงานงวดแรก และเตรียมเบิกเงินกว่า 3.5 ล้านบาท นายวสุได้ส่งภาพเอกสารที่มีคิวอาร์โค้ด อ้างว่าให้สแกนเพื่อติดตามสถานะการจ่ายเงิน แต่เมื่อผู้เสียหายสแกนกลับพบว่าเป็นเพียงหน้าเว็บไซต์ Google ธรรมดา เมื่อตรวจสอบเชิงลึก จึงพบความจริงว่าโครงการดังกล่าวไม่มีอยู่จริง สัญญาถูกทำปลอมขึ้นมาทั้งหมด ผู้บริหารไม่เคยรับทราบ และพยานในสัญญาคือบุคคลที่ถูกอุปโลกน์ขึ้นมาทั้งสิ้น
จากการตรวจสอบพบว่าขบวนการนี้ไม่ได้ก่อเหตุเพียงครั้งเดียวแต่มีการนำชื่อ และตราสัญลักษณ์ของหน่วยงานไปทำสัญญาปลอม หลอกลวงบริษัท และห้างหุ้นส่วนจำกัดมาแล้วถึง 17 บริษัท รวมมูลค่าสัญญาที่ถูกอุปโลกน์ขึ้นมาสูงกว่า 358 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหากลุ่มนี้ไว้ กระทั่งตามจับกุม นายวสุ ได้ในพื้นที่จ.ระยอง ดังกล่าว

สอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา จึงนำตัวส่งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป







