
ระทึกกลางกรุง! สาวใหญ่ซิ่งรถยนต์ไฟฟ้าเสียหลัก ชนกวาดร้านก๋วยเตี๋ยว เสยรถสามล้อ พุ่งทะลุร้านสะดวกซื้อ ชาวบ้าน-นักท่องเที่ยวต่างชาติ เจ็บระนาว 8 ราย

เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 เกิดเหตุระทึกขวัญย่านใจกลางเมืองเก่า เมื่อรถยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคลเสียหลักพุ่งชนร้านสะดวกซื้อและร้านค้าข้างทางบริเวณวงเวียนถนนบวรนิเวศ ย่านบางลำพู ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 8 ราย เบื้องต้นคนขับอ้างควบคุมรถไม่ได้

จากหลักฐานภาพกล้องวงจรปิดในบริเวณที่เกิดเหตุ เผยให้เห็นพฤติการณ์สุดระทึกก่อนเกิดอุบัติเหตุ โดยรถยนต์ไฟฟ้าสีขาวคันต้นเหตุได้ขับมาจอดบริเวณวงเวียนถนนบวรนิเวศ เขตพระนคร แต่แล้วจู่ๆ รถคันดังกล่าวกลับเร่งเครื่องยนต์ด้วยความเร็วสูง ขับวนรอบวงเวียนถึง 2 รอบ ท่ามกลางสายตาของประชาชนที่อยู่ในบริเวณนั้น ก่อนที่รถจะเสียหลักพุ่งตรงเข้าชนรถสามล้อเครื่องที่จอดอยู่ริมทาง และกวาดเอาร้านก๋วยเตี๋ยวริมทางเท้าจนพังยับเยิน ก่อนจะพุ่งทะลุกระจกเข้าไปหยุดสนิทอยู่ภายในร้านสะดวกซื้อชื่อดัง สร้างความแตกตื่นตกใจให้กับผู้ที่กำลังจับจ่ายใช้สอยและรับประทานอาหารอยู่เป็นอย่างมาก

ยอดผู้บาดเจ็บ 8 ราย เร่งส่งโรงพยาบาลโกลาหล
หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ชนะสงคราม พร้อมด้วยอาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู ได้รีบเข้าตรวจสอบและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน โดยพบผู้ได้รับบาดเจ็บรวมทั้งหมด 8 ราย แบ่งเป็นชาวไทย 6 ราย (ชาย 2 หญิง 4) และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสัญชาติเยอรมันอีก 2 ราย เจ้าหน้าที่นำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงทันทีเพื่อให้แพทย์ตรวจรักษาอาการ

จากการสอบถามนายเฉลิมชัย ลีลายิ่งยศ เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวที่อยู่ในเหตุการณ์ เล่าด้วยความระทึกว่า ขณะที่กำลังขายของอยู่นั้น สังเกตเห็นรถคันดังกล่าวขับเร่งเครื่องวนรอบวงเวียนผิดปกติถึง 2 รอบ ทำให้แม่และแฟนสาวของตนเกิดความกลัวว่าจะเกิดอันตราย จึงพยายามพากันวิ่งหลบเข้าไปในร้านสะดวกซื้อเพื่อความปลอดภัย แต่ไม่คาดคิดว่ารถจะพุ่งตามเข้าไปชนถึงในร้านจนทำให้ทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บ

ขณะที่ คนขับรถสามล้อรับจ้าง ที่ถูกชนพังเสียหาย เปิดเผยว่า ในจังหวะที่รถเก๋งพุ่งเข้ามานั้น รถสามล้อของตนได้ช่วยชะลอแรงกระแทกไว้ได้ในระดับหนึ่ง หากไม่มีรถของตนจอดขวางอยู่ เชื่อว่ารถเก๋งน่าจะพุ่งเข้าไปด้วยความเร็วที่สูงกว่านี้ และอาจส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บรุนแรงมากกว่าที่เกิดขึ้น

ทางด้านคดีความ เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า คนขับรถคันดังกล่าวเป็นหญิงวัย 57 ปี ซึ่งได้รับบาดเจ็บเช่นกัน เบื้องต้นให้การว่า “ไม่สามารถควบคุมรถได้ในขณะเกิดเหตุ” อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การทั้งหมด และยังไม่สามารถสรุปสาเหตุที่แท้จริงได้ว่าเกิดจากความผิดปกติของระบบตัวรถ หรือเป็นความประมาทของผู้ขับขี่กันแน่ โดยหลังจากนี้จะมีการสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้งหลังจากผู้ต้องหาอาการดีขึ้น พร้อมทั้งประสานกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบสภาพรถอย่างถี่ถ้วน

ในส่วนของการชดเชยความเสียหาย ล่าสุดบริษัทประกันภัยของรถยนต์คันดังกล่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว พร้อมยืนยันที่จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด ทั้งในส่วนของร้านสะดวกซื้อ ร้านก๋วยเตี๋ยว และรถสามล้อ โดยในเบื้องต้น ผู้บาดเจ็บทุกคนจะได้รับสิทธิค่ารักษาพยาบาลตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ รายละ 80,000 บาท และยังมีส่วนของประกันภัยภาคสมัครใจที่จะเข้ามาสมทบในการเยียวยาต่อไป







