[date_time]
69.01.26-Thairemark02_CRE
OIC_001
data-no-lazy="1"
69.01.26-Thairemark02_CRE
OIC_001

มะพร้าวน้ำหอมสงขลาวิกฤต! ราคาดิ่งเหลือ 2 บาทชาวสวนจี้รัฐดันเป็นวาระแห่งชาติ

สถานการณ์มะพร้าวน้ำหอมในจังหวัดสงขลากำลังเข้าสู่ภาวะวิกฤต หลังราคาหน้าสวนดิ่งลงเหลือเพียง 2 บาทต่อผล จากเดิมที่เคยขายได้ 10–12 บาท และในช่วงขาดตลาดเคยทะยานเกิน 20 บาทต่อผล สร้างแรงกระแทกทางเศรษฐกิจให้เกษตรกรและผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่การผลิต

นายสิริวัฒน์ โหรารัตน์ ประธานกรรมการเครือข่ายภาคประชาสังคมสงขลามหานครมะพร้าวน้ำหอม เปิดเผยว่า ปัจจุบัน จ.สงขลามีต้นมะพร้าวน้ำหอมราว 1 ล้านต้น บนพื้นที่กว่า 13,000 ไร่ นับเป็นแหล่งปลูกใหญ่ที่สุดของภาคใต้ โดยเฉพาะในพื้นที่คาบสมุทรสทิงพระ ครอบคลุม 4 อำเภอ ได้แก่ สทิงพระ สิงหนคร กระแสสินธุ์ และระโนด ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ดินเหนียว น้ำกร่อย เหมาะสมต่อคุณภาพและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์

ผลผลิตรวมทั้งจังหวัดเฉลี่ยปีละประมาณ 100 ล้านผล มีเงินสะพัด 500–600 ล้านบาทต่อปี แต่วันนี้ตัวเลขเหล่านั้นกำลังสั่นคลอน

ขาดทุนแล้วกว่า 1 ล้าน

นายสิริวัฒน์ ระบุว่า ในฐานะเจ้าของสวนและผู้ประกอบการล้งรายใหญ่ของจังหวัด ต้องแบกรับภาระขาดทุนกว่า 1 ล้านบาท จากผลผลิต 40 ล้านผล ผ่านล้ง 4 แห่ง เพื่อพยุงราคาช่วยเหลือเกษตรกร ขณะที่หลายสวนไม่มีคู่ค้าประจำ ต้องจำใจขายในราคาต่ำกว่าทุน

ต้นทุนการผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 5 บาทต่อผล แต่ราคาหน้าสวนเหลือเพียง 2–4 บาท ส่งผลให้เกษตรกรขาดทุนทันที ยังไม่รวมต้นทุนแรงงานและการดูแลสวน

ออเดอร์หด โรงงานปลูกเอง ตลาดถูกครอบงำ

ปัจจัยหลักมาจากคำสั่งซื้อที่ลดลง ทั้งตลาดภายในประเทศและส่งออก โดยตลาดใหญ่คือ จีน สหรัฐ และกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ขณะเดียวกันโรงงานแปรรูปบางแห่งปรับบทบาทจาก “ผู้รับซื้อ” เป็น “ผู้ลงทุนปลูกเอง” ผ่านการเช่าที่ดิน เช่าซื้อสวน หรือถือครองผ่านนอมินี ทำให้ลดการรับซื้อจากเกษตรกรรายย่อย

ผลที่ตามมาคือ มะพร้าวล้นโกดัง ล้นสต๊อก และค้างต้นจำนวนมาก ราคาจึงทรุดตัวลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่กลางปี 2568

แหล่งข่าวผู้ประกอบการรายใหญ่ในพื้นที่ระบุว่า รูปแบบตลาดปัจจุบันไม่ต่างจาก “โมเดลทุเรียน” ที่กลุ่มทุนสามารถควบคุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ กำหนดปริมาณรับซื้อและทิศทางส่งออกได้

ยิ่งไปกว่านั้น ปีนี้ผลผลิตเพิ่มสูงกว่าปกติ หลังปลายปีที่ผ่านมาได้รับน้ำฝนสมบูรณ์ ทะลายหนึ่งจากเดิมเฉลี่ย 10 ผล เพิ่มเป็น 15 ผล ทำให้ซัพพลายทะลัก ขณะที่ดีมานด์ชะลอตัว

ท่องเที่ยวซบ กระทบราคาปลีก

ด้านนายวิทยา แซ่ลิ่ม มัคคุเทศก์อาชีพจังหวัดสงขลา กล่าวว่า มะพร้าวน้ำหอมเป็นสินค้ายอดนิยมของนักท่องเที่ยว โดยปกติราคาปลีกในเมืองท่องเที่ยวอยู่ที่ 30–35 บาทต่อผล ค่าส่งประมาณ 20 บาทต่อผล

แต่ปัจจุบัน เมื่อจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง ความต้องการบริโภคก็หดตัว แม้หน้าสวนขายเพียง 2 บาท แต่ราคาปลีกยังอยู่ราว 30 บาท สะท้อนปัญหาความเหลื่อมล้ำในห่วงโซ่ราคา

จี้รัฐดัน “พืชเศรษฐกิจแห่งชาติ”

เครือข่ายเกษตรกรเรียกร้องให้รัฐบาลประกาศมะพร้าวน้ำหอมเป็น “พืชเศรษฐกิจแห่งชาติ” ออกกฎหมายคุ้มครองและกำกับดูแลครบวงจรเช่นเดียวกับยางพารา ปาล์มน้ำมัน ข้าว มันสำปะหลัง และอ้อย พร้อมเสนอให้ประกันราคาขั้นต่ำ 5 บาทต่อผล ซึ่งเป็นเพียงต้นทุนการผลิต

ขณะเดียวกัน เครือข่ายได้หารือร่วมกับจังหวัดสงขลา องค์การบริหารส่วนจังหวัด และหน่วยงานเกษตร เพื่อประสานสหกรณ์ทั่วประเทศช่วยรับซื้อมะพร้าวน้ำหอมระบายสต๊อกชั่วคราว

อย่างไรก็ตาม หากไม่มีมาตรการเร่งด่วน ปัญหาอาจลุกลามจากคาบสมุทรสทิงพระไปสู่พื้นที่ปลูกทั่วประเทศ

ท่ามกลางสวนมะพร้าวที่ผลดกเต็มต้น แต่ไร้คนรับซื้อ เสียงสะท้อนจากชาวสวนวันนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องราคา หากเป็นคำถามถึง “ความเป็นธรรมในระบบตลาด” ที่พวกเขากำลังต่อสู้เพื่อความอยู่รอด.

© 2021 thairemark.com